- ตั้งสติให้ดี “โลกนี้ มีเกิด มีตาย”Posted 1 month ago
- อย่าหาเรื่องอยู่ร้อน นอนทุกข์Posted 1 month ago
- โลกธรรมPosted 1 month ago
- อนุโมทนา คนพิการสู้ชีวิตPosted 1 month ago
- สลายความเกลียดชังPosted 1 month ago
- สู้ดีกว่าลาโลกPosted 1 month ago
- ใช้คาถาพระพยอมบ้างPosted 1 month ago
- เสียงชื่นชมดีกว่าเขาด่าPosted 1 month ago
- ต้องใช้ยาแรงกับคนขายชาติPosted 1 month ago
- บทเรียนผู้เห็นกงจักรเป็นดอกบัวPosted 2 months ago
มิติใหม่สิงคโปร์-ออสซี่ / โดย กองบรรณาธิการ

คอลัมน์ : รายงาน
ผู้เขียน : กองบรรณาธิการ
สิงคโปร์และออสเตรเลียทำสัญญาเพิ่มความร่วมมือระหว่างกันเข้มข้นขึ้นอีกระดับ ทั้งด้านการทหาร เศรษฐกิจ การวิจัยและพัฒนานวัตกรรม และการปราบปรามยาเสพติด โดยเป็นพัฒนาการที่ช่วยกระชับความสัมพันธ์ให้แน่นแฟ้นขึ้น
การลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) หลายฉบับ จัดขึ้นระหว่างนายกรัฐมนตรีลี เซียนลุง แห่งสิงคโปร์ เยือนออสเตรเลีย สัปดาห์ที่แล้ว โดยเป็นสัญญาชุดแรก ที่ดำเนินการภายใต้ข้อตกลงการเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ระดับสมบูรณ์ (Comprehensive Strategic Partnership) ซึ่งลงนามกันเมื่อปีที่แล้ว
บันทึกความเข้าใจด้านการทหาร กำหนดให้สิงคโปร์ส่งทหาร 14,000 นาย เพิ่มจากข้อตกลงปัจจุบัน 1 เท่า ไปร่วมซ้อมรบกับกองทัพออสเตรเลียเป็นเวลา 25 ปี ปีละ 18 สัปดาห์ เพิ่มจากข้อตกลงปัจจุบันที่กำหนดไว้เพียงปีละ 6 สัปดาห์
ส่วนความร่วมมือด้านการค้าและการลงทุน มีการลงนามข้อตกลงครอบคลุมหลายส่วน ภายใต้สัญญาการค้าเสรี (FTA) ซึ่งจะมีผลบังคับใช้จากปีหน้าเป็นต้นไป
ทั้ง 2 ฝ่ายคาดว่า หลังเอฟทีเอมีผลบังคับใช้ จะช่วยให้มูลค่าการค้าระหว่างกันสูงกว่ายอดปีที่แล้ว ซึ่งอยู่ที่ 20,200 ล้านเหรียญสิงคโปร์ (ประมาณ 515,100 ล้านบาท)
กรอบของเอฟทีเอ จะช่วยให้ผู้ประกอบการไปตั้งบริษัทดำเนินธุรกิจในอีกประเทศหนึ่งง่ายขึ้น การนำเข้าและส่งออกสินค้า เช่น ไวน์ เครื่องสำอาง อุปกรณ์การแพทย์ และอื่นๆก็จะง่ายขึ้นเช่นกัน
นอกจากนั้น ทางออสเตรเลียยังผ่อนปรนระบบวีซ่าให้สิงคโปร์ด้วย โดยวิศวกรและนักวิชาชีพสาขาอื่นของสิงคโปร์ที่อายุไม่เกิน 30 ปี สามารถเข้าไปทำงานในออสเตรเลียได้นาน 10 ปี โดยกำหนดสัญญาระยะทำงานครั้งละ 1 ปี
ขณะที่ชาวสิงคโปร์โดยทั่วไป สามารถไปท่องเที่ยวและพักในออสเตรเลียได้นาน 1 ปี เช่นกัน
ส่วนความร่วมมือด้านการวิจัยและการพัฒนา รวมทั้งแผนคิดค้นนวัตกรรม ทั้ง 2 ฝ่ายจะสนับสนุนทุนดำเนินการแก่องค์กรและสถาบันต่างๆ ฝ่ายละ 25 ล้านเหรียญสิงคโปร์ (638 ล้านบาท) เป็นเวลา 5 ปี
ขณะแผนความร่วมมือป้องกันและปราบปรามการค้ายาเสพติดรวมทั้งการก่อการร้าย จะดำเนินการโดยเปิดโครงการฝึกเจ้าหน้าที่ร่วมกัน รวมทั้งแลกเปลี่ยนเจ้าหน้าที่ระหว่างกัน
รัฐบาลทั้ง 2 ฝ่ายมองว่า พัฒนาการครั้งนี้จะให้ผลเชิงบวกแบบ “Win-Win” มากกว่าจะก่อผลข้างเคียงในเชิงลบ
You must be logged in to post a comment Login