- ตั้งสติให้ดี “โลกนี้ มีเกิด มีตาย”Posted 1 month ago
- อย่าหาเรื่องอยู่ร้อน นอนทุกข์Posted 1 month ago
- โลกธรรมPosted 1 month ago
- อนุโมทนา คนพิการสู้ชีวิตPosted 1 month ago
- สลายความเกลียดชังPosted 1 month ago
- สู้ดีกว่าลาโลกPosted 1 month ago
- ใช้คาถาพระพยอมบ้างPosted 1 month ago
- เสียงชื่นชมดีกว่าเขาด่าPosted 1 month ago
- ต้องใช้ยาแรงกับคนขายชาติPosted 2 months ago
- บทเรียนผู้เห็นกงจักรเป็นดอกบัวPosted 2 months ago
เศรษฐกิจญี่ปุ่นแกร่งขึ้น

ด้วยปัจจัยหลายอย่างมีแนวโน้มหนุนเศรษฐกิจญี่ปุ่นในปีนี้ รวมทั้งความมุ่งมั่นของนายกรัฐมนตรีชินโสะ อาเบะ ที่ประกาศนโยบาย “Economy first”
ทำให้นักวิเคราะห์และสำนักวิจัยชั้นนำทางเศรษฐกิจ เชื่อว่าเศรษฐกิจของญี่ปุ่นในปีงบประมาณ 2017 จะขยายตัวมากกว่าปีที่ผ่านมา
ปีงบประมาณของญี่ปุ่น ซึ่งเป็นเขตเศรษฐกิจใหญ่อันดับ 3 ของโลกในด้านจีดีพี เริ่ม 1 เมษายน ไปสิ้นสุด 31 มีนาคม ในปีถัดไป ทำให้ธนาคารกลางญี่ปุ่น (Bank of Japan: BOJ) ต้องประกาศตัวเลขทางเศรษฐกิจประจำปีงบประมาณ หลังวันที่ 31 มีนาคม ของทุกปี
บีโอเจคาดว่า เศรษฐกิจญี่ปุ่นในปีงบประมาณล่าสุด 2016 จะขยายตัว 1.3%
ส่วนปีงบประมาณ 2017 สถาบันวิจัย Japan Research Institute คาดว่าเศรษฐกิจญี่ปุ่นจะเติบโตมากกว่าปีงบประมาณล่าสุด 0.9% ขณะองค์การ Organisation for Economic Co-operation and Development (OECD) เคาะไว้ที่ 1.0%
ธนาคาร Bank of America Merrill Lynch มองในมุมบวกกว่าที่ 1.4% และเจ้าภาพหลักอย่างบีโอเจให้ไว้สูงถึง 1.5%
ด้านผู้นำญี่ปุ่น ที่ประกาศแผนปฏิบัติการเข้มข้น “Economy first” มีความหวังจะประสบความสำเร็จในการผลักดันเศรษฐกิจของประเทศ ซึ่งสื่อตั้งฉายาว่า “Abenomics” พ้นจากปัญหาเงินฝืด ที่ฉุดภาวะเศรษฐกิจให้ซบเซามานานถึง 2 ทศวรรษ
สำหรับปัจจัยที่ทำให้นักวิเคราะห์และสำนักวิจัย มองเศรษฐกิจญี่ปุ่นในเชิงบวก ได้แก่ การคงมาตรการผ่อนคลายทางการเงินของบีโอเจ
มาตรการกระตุ้นการบริโภคภายในประเทศของรัฐบาล ซึ่งประกอบด้วยแผนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ลดเบี้ยประกันผู้ว่างงาน ขึ้นเงินเดือนและให้ทุนการศึกษาแก่ครูโรงเรียนอนุบาล รวมทั้งบุคลากรในภาคการพยาบาล งานดูแลผู้สูงวัย และผู้พิการ
แนวโน้มเงินเยนจะอ่อนค่า เป็นอีกปัจจัยสำคัญหนึ่งของกระบวนขับเคลื่อนเศรษฐกิจ เนื่องจากจะส่งผลดีต่อการส่งออกสินค้า
ปัจจัยนอกประเทศ โดยเฉพาะแนวทางของโดนัลด์ ทรัมป์ ที่จะเข้าปฏิบัติหน้าที่ผู้นำสหรัฐในเดือนนี้ ก็มีส่วนสำคัญเช่นกัน
ถ้าทรัมป์ขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้เติบโตได้ตามที่ประกาศไว้ และธนาคารกลางสหรัฐปรับขึ้นดอกเบี้ยต่อเนื่อง จะทำให้เงินเยนอ่อนค่า ส่งผลดีต่อการส่งออกสินค้าของญี่ปุ่น
แต่ถ้าทรัมป์ตั้งกำแพงภาษีนำเข้าสินค้าจากจีน บริษัทญี่ปุ่นในจีนจะได้รับผลกระทบไปด้วย ส่งผลเสียต่อรายได้ที่บริษัทญี่ปุ่นจะส่งกลับประเทศ
ถ้าเศรษฐกิจญี่ปุ่นปีนี้ไปได้สวยจริงอย่างที่นักวิเคราะห์คาดไว้ ผลพลอยได้น่าจะล่องลอยมาถึงเศรษฐกิจของไทยไม่มากก็น้อย
You must be logged in to post a comment Login