- ตั้งสติให้ดี “โลกนี้ มีเกิด มีตาย”Posted 1 month ago
- อย่าหาเรื่องอยู่ร้อน นอนทุกข์Posted 1 month ago
- โลกธรรมPosted 1 month ago
- อนุโมทนา คนพิการสู้ชีวิตPosted 1 month ago
- สลายความเกลียดชังPosted 1 month ago
- สู้ดีกว่าลาโลกPosted 1 month ago
- ใช้คาถาพระพยอมบ้างPosted 1 month ago
- เสียงชื่นชมดีกว่าเขาด่าPosted 2 months ago
- ต้องใช้ยาแรงกับคนขายชาติPosted 2 months ago
- บทเรียนผู้เห็นกงจักรเป็นดอกบัวPosted 2 months ago
‘เวียดนาม’เปิดบ่อนกาสิโน

เวียดนามเพิ่มอีกหนึ่ง “ตัวช่วย” เข้าสู่แผนขับเคลื่อนเศรษฐกิจ โดยมีเป้าหมายสร้างรายได้จากการลงทุนและการท่องเที่ยว เพื่อกระตุ้นการขยายตัวของจีดีพี
“ตัวช่วย” ดังกล่าว คือ บ่อนกาสิโน ซึ่งเป็น “ธุรกิจร้อน” ในมุมมองของหลายประเทศ โดยเวียดนามออกกฎหมายเปิดโครงการทดลองระยะ 3 ปี มีผลบังคับใช้จากวันที่ 15 มีนาคมนี้ เป็นต้นไป
ประเด็นสำคัญของโครงการทดลอง คือ การอนุญาตให้ชาวเวียดนามเข้าไปเล่นพนันในกาสิโนได้ 2 แห่ง ประกอบด้วยที่เกาะฟูก๊วก (PhuQuocIsland) สถานที่ท่องเที่ยวสำคัญแห่งหนึ่งของเวียดนาม อยู่ในอ่าวไทยใกล้ประเทศกัมพูชา
อีกแห่งคือที่เขตเศรษฐกิจพิเศษเวินโด่น (Van Don) ในเกาะเวินโด่น สถานที่ท่องเที่ยวสำคัญในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศ
ทางการเวียดนามตั้งกติกาไว้ว่า ชาวเวียดนามที่สามารถเข้ากาสิโนทั้ง 2 แห่ง ต้องมีอายุตั้งแต่ 21 ปีขึ้นไป และต้องมีรายได้เดือนละไม่ต่ำกว่า 10 ล้านด่ง (16,000 บาท) ซึ่งอยู่ในเกณฑ์มีรายได้สูง โดยรายได้เฉลี่ยต่อปีของชาวเวียดนามอยู่ที่ประมาณ 80,000 บาท
นอกจากเปิดช่องให้คนท้องถิ่นแล้ว กฎหมายใหม่ยังเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการ ทั้งในประเทศและต่างชาติ ลงทุนเปิดรีสอร์ตครบวงจร (Integrated Resort: IR) ด้วย โดยมีเงื่อนไขสำคัญคือ ต้องมีประสบการณ์ในธุรกิจกาสิโนอย่างน้อย 10 ปี และต้องลงทุนสร้างรีสอร์ทไออาร์อย่างน้อย 2,000 ล้านเหรียญสหรัฐ
สำหรับรีสอร์ทไออาร์ ประกอบด้วยโรงแรม ศูนย์การประชุม ศูนย์การค้า ภัตตาคาร สถานบันเทิง และกาสิโน
ทางการเวียดนามคาดหวังว่า จะมีรายได้จากโครงการนี้ปีละ 3,000 ล้านเหรียญสหรัฐ
กาสิโนไม่ใช่ธุรกิจใหม่ในเวียดนาม โดยเวียดนามอนุญาตให้เปิดตามโรงแรมระดับหรูหลายแห่งมาแล้วกว่า 10 ปี ส่วนใหญ่อยู่ในโรงแรมของเมืองใหญ่และเมืองท่องเที่ยว เช่น ที่กรุงฮานอย นครโฮจิมินห์ และจังหวัดหล่าวกาย ซึ่งมีพรมแดนติดกับมณฑลยูนนานของจีน
แต่การเปิดกาสิโนเท่าที่ผ่านมา เป็นการเปิดต้อนรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ ซึ่งลูกค้าส่วนใหญ่เป็นชาวจีน โดยไม่อนุญาตให้คนท้องถิ่นเข้าไปเล่น
ส่วนการตัดสินใจเปิดโครงการทดลอง อนุญาตให้ชาวเวียดนามเข้าไปเล่นได้ภายใต้กติกาที่กำหนดไว้ ส่วนหนึ่งต้องการสกัดเงินไม่ให้ไหลออกนอกประเทศ ซึ่งมีการวิจัยว่า ชาวเวียดนามนำเงินไปเล่นพนันในประเทศกัมพูชาปีละ 800 ล้านเหรียญสหรัฐ
ความเคลื่อนไหวครั้งนี้ ภาครัฐคาดหวังว่าอาจจะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจ ในขณะเดียวกัน ก็กลายเป็นประเด็นสร้างความวิตกกังวลให้กับประชาชนจำนวนไม่น้อย
You must be logged in to post a comment Login