- ตั้งสติให้ดี “โลกนี้ มีเกิด มีตาย”Posted 1 month ago
- อย่าหาเรื่องอยู่ร้อน นอนทุกข์Posted 1 month ago
- โลกธรรมPosted 1 month ago
- อนุโมทนา คนพิการสู้ชีวิตPosted 1 month ago
- สลายความเกลียดชังPosted 1 month ago
- สู้ดีกว่าลาโลกPosted 1 month ago
- ใช้คาถาพระพยอมบ้างPosted 2 months ago
- เสียงชื่นชมดีกว่าเขาด่าPosted 2 months ago
- ต้องใช้ยาแรงกับคนขายชาติPosted 2 months ago
- บทเรียนผู้เห็นกงจักรเป็นดอกบัวPosted 2 months ago
ญี่ปุ่นเข้าสู่ยุคการเมืองมั่นคง

“คอการเมือง” ทั้งในญี่ปุ่นและนานาชาติ มองความเคลื่อนไหวทางการเมืองของญี่ปุ่น ช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ด้วยความสนใจ
เนื่องจากเป็นความเคลื่อนไหว ที่มีแนวโน้มจะทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงในอนาคตหลายแง่มุม
ความเคลื่อนไหวดังกล่าว ได้แก่ การลงมติในที่ประชุมประจำปีของพรรคแอลดีพี (LDP : Liberal Democratic Party) แกนนำรัฐบาล เมื่อวันอาทิตย์ที่ 5 มีนาคม
โดยที่ประชุมเห็นชอบให้แก้ระเบียบพรรค ว่าด้วยวาระการดำรงตำแหน่งประธานพรรค จากเดิมกำหนดให้ดำรงตำแหน่งไม่เกิน 2 สมัยติดต่อกัน เปลี่ยนเป็น 3 สมัยติดต่อกัน แต่ละสมัยมีวาระ 3 ปี
กติกาของระเบียบใหม่ ส่งผลให้นายกรัฐมนตรีชินโสะ อาเบะ วัย 62 ปี สามารถลงชิงตำแหน่งประธานพรรคสมัยที่ 3 ได้ ในเดือนกันยายน ปีหน้า ซึ่งนักวิเคราะห์มองว่า อาเบะจะชนะอย่างไม่มีข้อสงสัย ทำให้อาเบะมีโอกาสสานต่อภารกิจ ในฐานะประธานพรรคแอลดีพี ถึงเดือนกันยายน ปี 2021
และหากพรรคแอลดีพีรวมทั้งพรรคร่วมรัฐบาล ได้เสียงข้างมากในการเลือกตั้ง ส.ส. ปลายปีหน้า อาเบะจะกลายเป็นนายกรัฐมนตรีดำรงตำแหน่งยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์ของญี่ปุ่น แทนนายทาโระ คัตสึระ ที่ครองสถิติอยู่ในปัจจุบัน
คัตสึระดำรงตำแหน่งผู้นำญี่ปุ่น แบบเว้นวรรคไม่ต่อเนื่อง 3 สมัย รวมระยะเวลา 2,886 วัน
นักวิเคราะห์ญี่ปุ่นมองว่า เศรษฐกิจคือปัจจัยสำคัญที่สุด ที่จะตัดสินอนาคตของอาเบะว่า จะร่วงหรือยืนยงตามที่คาดการณ์ไว้ เพราะตัวแปรอื่นดูไม่มีพลังพอที่จะโค่นอาเบะลงได้
ดังนั้น หากอาเบะสามารถขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ตามนโยบายที่เรียกกันว่า “Abenomics” อย่างมีประสิทธิ ช่วยให้เศรษฐกิจเติบโตเป็นที่พอใจของประชาชน โอกาสที่จะก้าวเดินไปถึงจุดหมายปลายทาง ในฐานะผู้นำญี่ปุ่นที่ดำรงตำแหน่งยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์ มีความเป็นไปได้สูง
และสิ่งที่ตามมาก็คือ ภาวะเศรษฐกิจญี่ปุ่นจะเป็นปึกแผ่นมั่นคง และการเมืองจะมีเสถียรภาพอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน แตกต่างจากช่วงก่อนปี 2012 ที่ญี่ปุ่นเปลี่ยนนายกรัฐมนตรี 6 คน ในรอบ 6 ปี ขณะความสัมพันธ์กับนานาชาติ ก็จะมีความต่อเนื่องลื่นไหล
โดยสรุปแล้ว หากอาเบะอยู่ในอำนาจยาวนาน ตามที่พรรคแอลดีพีวางหมากไว้ นอกจากส่งผลดีต่อเสถียรภาพทางการเมืองและความมั่นคงทางเศรษฐกิจภายในประเทศแล้ว
ญี่ปุ่นยังจะมีบทบาทสำคัญต่อภูมิภาค และบนเวทีระดับโลก มากกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน
แต่เป็นไปได้ว่า ความโดดเด่นดังกล่าวของญี่ปุ่น อาจทำให้จีนไม่สบายใจ และรู้สึกสูญเสียอำนาจ ในฐานะที่เคยครองความเป็นพี่ใหญ่เอเชียมาก่อน
You must be logged in to post a comment Login