- ตั้งสติให้ดี “โลกนี้ มีเกิด มีตาย”Posted 1 month ago
- อย่าหาเรื่องอยู่ร้อน นอนทุกข์Posted 1 month ago
- โลกธรรมPosted 1 month ago
- อนุโมทนา คนพิการสู้ชีวิตPosted 1 month ago
- สลายความเกลียดชังPosted 1 month ago
- สู้ดีกว่าลาโลกPosted 1 month ago
- ใช้คาถาพระพยอมบ้างPosted 2 months ago
- เสียงชื่นชมดีกว่าเขาด่าPosted 2 months ago
- ต้องใช้ยาแรงกับคนขายชาติPosted 2 months ago
- บทเรียนผู้เห็นกงจักรเป็นดอกบัวPosted 2 months ago
อำนาจเป็นพิษ! / โดย นายหัวดี

คอลัมน์ : ฉุก(ละหุก)คิด
ผู้เขียน : นายหัวดี
การประกาศมาตรา 44 บังคับใช้กฎหมายจราจรกับรถยนต์ทุกชนิดต้องคาดเข็มขัดนิรภัย โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 5 เมษายน
การบังคับให้ผู้นั่งรถทุกชนิดต้องคาดเข็มขัดไม่มีใครปฏิเสธ เพราะเป็นการป้องกันชีวิตและทรัพย์สิน แต่ไม่ได้หมายความว่าจะแก้ปัญหาอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นได้ เพราะอุบัติเหตุบนถนนเกิดจากสาเหตุต่างๆมากมาย จากการไม่เคารพกฎหมายมากมายหลายรูปแบบ รวมถึงการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง
แต่ประเด็นร้อนที่สุดและเสียง “ด่า” ดังกระหึ่มทุกสารทิศและทุกสาขาอาชีพที่ไม่เห็นด้วย คือ การบังคับรถกระบะ โดยรถกระบะ (มีแคป) ห้ามนั่งแคป ห้ามนั่งบนกระบะท้ายและรัดเข็มขัดทุกที่นั่ง (2 คนหน้า) รถกระบะ 4 ประตูห้ามนั่งเกิน 5 คน, ห้ามนั่งบนกระบะท้ายและรัดเข็มขัดนิรภัยทุกที่นั่ง
เสียงด่า เสียงวิพากษ์วิจารณ์ และการล้อเลียนต่างๆ จึงปรากฏทุกสื่อ โดยเฉพาะโซเชียลมีเดียทำนองว่ารัฐบาลกำลังทำสงครามกับประชาชน หรือ “ทั่นผู้นำ” ถูกเจาะยาง หรือมีสมองหรือเปล่า ฯลฯ
เพราะรถกระบะคนใช้ส่วนใหญ่เป็นคนระดับกลางและล่าง โดยเฉพาะในต่างจังหวัดและพื้นที่ชนบทต่างๆ ต้องใช้ทั้งในชีวิตประจำวันและใช้ทำมาหากินทุกรูปแบบ จึงทำให้ประชาชนเดือดร้อนหลายล้านคน
แม้รัฐบาลทหารและตำรวจจะยอมผ่อนปรนให้รถกระบะนั่งในแคปและท้ายกระบะได้ไม่เกิน 6 คน แต่ก็มีคำถามมากมายว่าการใช้กฎหมายเพื่อแก้ปัญหาอุบัติเหตุบนท้องถนนต่างๆนั้นตรงจุดหรือไม่?
โดยเฉพาะการใช้มาตรา 44 ที่ใช้ตั้งแต่ “ไม้จิ้มฟันยันเรือรบ” ขณะที่กฎหมายจราจรมากมายที่ออกมามีการบังคับใช้อย่างจริงจังและต่อเนื่อง หรือทำแบบ “ผักชีโรยหน้า” หรือ “วัวหายแล้วล้อมคอก” นั้น ใครต้องรับผิดชอบ?
You must be logged in to post a comment Login