- ตั้งสติให้ดี “โลกนี้ มีเกิด มีตาย”Posted 1 month ago
- อย่าหาเรื่องอยู่ร้อน นอนทุกข์Posted 1 month ago
- โลกธรรมPosted 1 month ago
- อนุโมทนา คนพิการสู้ชีวิตPosted 1 month ago
- สลายความเกลียดชังPosted 1 month ago
- สู้ดีกว่าลาโลกPosted 1 month ago
- ใช้คาถาพระพยอมบ้างPosted 1 month ago
- เสียงชื่นชมดีกว่าเขาด่าPosted 1 month ago
- ต้องใช้ยาแรงกับคนขายชาติPosted 1 month ago
- บทเรียนผู้เห็นกงจักรเป็นดอกบัวPosted 1 month ago
ศิลปะการใช้ปาก / โดย ภูริวรรณ วรานุสาสน์

คอลัมน์ : China Today
ผู้เขียน : ภูริวรรณ วรานุสาสน์
จาง ขุย ตระหนักว่าเขามีความสามารถในการทำเสียงเลียนแบบสัตว์และนกได้ตั้งแต่ตอนที่ยังเป็นเด็ก แต่ในตอนนั้น เขารู้เพียงแค่ว่า ความสามารถของเขามักจะนำมาซึ่งปัญหาและความยุ่งยากเสมอ
จางเล่าว่า จำได้เมื่อตอนเป็นเด็ก คืนหนึ่งประมาณเที่ยงคืน เขาทำเสียงไก่ขันจนทำให้เพื่อนบ้านตื่นมากันหมดเพราะเข้าใจว่าเช้าแล้ว เขาโดนพ่อแม่เล่นงานชุดใหญ่เลยทีเดียว
จางอายุ 29 ปี ชาวเมืองชีหยาง เมืองยากจนในมณฑลหูหนัน ปัจจุบันทำงานเป็นนักแสดง “โข่วจี้” หากแปลตามตัวอักษรจีนหมายถึง “เทคนิคการใช้ปาก” ซึ่งศิลปะการแสดงเช่นนี้มีประวัติศาสตร์ความเป็นมายาวนานกว่า 2,000 ปีเลยทีเดียว
โข่วจี้ หรือ เทคนิคการใช้ปาก นี้ เป็นการแสดงที่รวมเอาความสามารถด้านการทำเสียงต่างๆ การร้องเพลงและการเล่าเรื่องตลกเข้าไว้ด้วยกัน ซึ่งเมื่อปี ค.ศ. 2011 ที่ผ่านมา ทางการจีนได้บรรจุศิลปะการแสดงแบบนี้เข้าเป็นมรดกทางวัฒนธรรมแห่งชาติจีน
จางกล่าวว่า หากเราเดินตามความฝันและยึดมันไว้ สักวันหนึ่งเราก็จะรู้ว่าฝันนั้นมาถึง แม้ว่ามันจะดูเป็นฝันที่ไม่อาจอาจเอื้อมถึงได้ก็ตาม
จาง ก่อนที่จะมาประสบความสำเร็จเป็นนักแสดงโข่วจี้นี้ เขาเคยประอบอาชีพมาหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นพนักงานเสิร์ฟอาหาร คนเฝ้ายาม หรือแม้แต่คนงานก่อสร้าง
จางเล่าชีวิตให้ฟังว่า เมื่ออายุได้ 15 ปี พ่อของเขาเสียชีวิตลง เขาจึงตัดสินใจลาออกจากโรงเรียนและเข้าทำงานในคณะละครของลุงของเขาที่เมืองฉางซา ซึ่งเป็นครั้งแรกที่เขารู้สึกว่าความสามารถพิเศษของเขานั้นเป็นศิลปะ
ในขณะนั้น คณะละครของลุงของจางขาดคนทำเสียงเลียนแบบ เขาจึงตัดสินใจซื้อซีดีมาหัดออกเสียงตามเครื่องดนตรีและสัตว์ต่างๆ จากนั้นเขาก็เปิดตัวครั้งแรกที่โรงละครเล็กๆในเมืองฉางหนิง
จางกล่าวว่า แม้ว่าในครั้งนั้นฝีมือของเขายังไม่เข้าขั้น แต่ได้รับการปรบมือแสดงความชื่นชมจากผู้ชมจำนวนมาก ทำให้เขามีกำลังใจและรู้สึกดีใจมาก
ต่อมาไม่นาน คณะละครของลุงของเขาก็ล้มละลายต้องยุบคณะ จางจึงเดินทางไปยังเมืองกุ้ยหลินและเข้าทำงานเป็นพนักงานเสิร์ฟในร้านคาราโอเกะแห่งหนึ่ง
คืนหนึ่ง ขณะที่ทางร้านกำลังจัดงานวันคริสมาสต์ เพื่อนร่วมงานของเขากำลังแสดงทางเสียงอยู่นั้น จางที่กำลังกวาดพื้นอยู่ก็แกล้งทำเสียงสุนัขเห่าทำให้อาปิน นักแสดงและกำลังเป็นพิธีกรอยู่แปลกใจและตัดสินใจให้จางขึ้นมาแสดงความสามารถ
ในปี 2005 เขาตามอาปินไปหางานทำที่มณฑลกว่างตง แต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จเท่าไหร่นัก จนกระทั่งในปี ค.ศ. 2007 เขาเดินทางกลับบ้านและไปทำงานในบาร์แห่งหนึ่ง ซึ่งที่นั่นเขาพบประกาศรับสมัครผู้ช่วยของหนิว อวี่เหลียง ปรมาจารย์โข่วจี้จากปักกิ่งที่มีชื่อเสียง
แต่เขาไม่มีเงินมากพอที่จะเดินทางไปปักกิ่ง อีกทั้งแม่ของเขาก็ไม่สนับสนุน เขาจึงยืมเงินเพื่อนเดินทางไปปักกิ่ง เช่าห้องเล็กๆใต้ดินเป็นที่นอนและออกไปหางานทำทุกวัน แต่ก็ไม่ลืมที่จะเข้าไปฝึกกับอาจารย์หนิวทุกวัน วันละ 2 ชั่วโมง ไม่มีหยุดไม่ว่าอากาศจะร้อนหรือหนาวแค่ไหนก็ตาม
สุดท้าย ความพยายามของจางก็เป็นผล เขาสามารถแสดงออกโทรทัศน์ 20 รายการ ได้รับเชิญไปแสดงที่ประเทศสวิสเซอร์แลนด์ ได้เข้าร่วมกับคณะกายกรรมหูหนันตระเวนแสดงรอบโลก ที่ใดที่ไปถึง เขาก็จะพยายามทำเลียนเสียงเอกลักษณ์ของสถานที่นั้น เช่น ไปถึงทะเลแคริบเบียน เขาก็จะทำเสียงคลื่นในทะเล
จางกล่าวทิ้งท้ายว่า ความใฝ่ฝันของเขาก็คือ การทำให้คนทั้งโลกรู้จักกับศิลปะโข่วจี้ ศิลปะการใช้ปากของจีน
You must be logged in to post a comment Login