วันศุกร์ที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2568

อย่ามาโดนตัวกู! / โดย ทีมข่าวการเมือง

On May 29, 2017

คอลัมน์ : เรื่องจากปก
ผู้เขียน : ทีมข่าวการเมือง

การลอบวางระเบิด 3 ครั้งในระยะเวลาไม่ห่างกันใจกลางกรุงเทพมหานคร โดยเฉพาะล่าสุดบริเวณห้องรอจ่ายยานายทหารระดับสูง “วงษ์สุวรรณ”โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม ซึ่งตรงกับวาระครบรอบ 3 ปีการยึดอำนาจของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ทำให้มีผู้บาดเจ็บกว่า 20 คน ถือเป็นการท้าทายอำนาจของรัฐบาลทหารและ คสช. อย่างยิ่ง เพราะ 2 ครั้งก่อนหน้านี้เป็นแค่เพียงระเบิดที่ทำให้เกิดเสียงดังมากกว่าจงใจทำร้ายประชาชน ทั้งหน้ากองสลาก ถนนราชดำเนิน เมื่อวันที่ 5 เมษายน และหน้าโรงละครแห่งชาติ เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม

ระเบิดใจกลางกรุงเทพฯ 3 ครั้งติดต่อกันในเวลาไม่ถึง 2 เดือน ถือว่าท้าทายและสั่นคลอนอำนาจรัฏฐาธิปัตย์ของรัฐบาลทหารและ คสช. อย่างยิ่ง ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ยืนยันถึงข้อสงสัยว่ารัฐบาลสร้างสถานการณ์เองหรือไม่ว่า “รัฐบาลบ้า” ที่ไหนจะทำแบบนี้ เว้นแต่คนที่อยากจะมาเป็นรัฐบาลที่จะทำ ทั้งยังประณามคนที่ทำ เพราะถ้าไม่เลวจริงๆทำไม่ได้และแช่งให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ลงโทษ เป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรง ในโลกใบนี้ไม่มีใครทำในโรงพยาบาล เรื่องนี้จึงให้อภัยไม่ได้ วันนี้จับไม่ได้ พรุ่งนี้มะรืนนี้ก็ต้องได้ ต้องจับได้สักวัน

แน่นอนว่าการวางระเบิดในโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า ไม่ว่าจะเป็นฝีมือของใคร จะทำด้วยจุดมุ่งหมายอะไร ก็เป็นเรื่องที่ต้องประณาม แม้ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ แต่โรงพยาบาลถือเป็นเขตปลอดภัยเพื่อรักษาผู้ป่วย แม้แต่ในภาวะสงคราม ทั่วโลกไม่มีใครใช้ความรุนแรงหรือโจมตีในพื้นที่โรงพยาบาล

การติดตามหาคนก่อเหตุครั้งนี้ให้ได้จึงท้าทายและมีความสำคัญอย่างมากกับรัฐบาลทหารและ คสช. แม้จะมีความหวังน้อยมากก็ตาม เพราะ 2 ครั้งที่ผ่านมาก็ไม่มีแนวโน้มจะได้ตัวผู้ก่อเหตุ ไม่ต่างกับการลอบวางระเบิดในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้

แม้ พล.ท.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ แม่ทัพภาคที่ 1 จะบอกว่ากลุ่มผู้ต้องสงสัยมีหลายกลุ่ม ซึ่งนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และ พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผู้บัญชาการทหารบก มีความใจเย็นมากที่จะไม่ดำเนินการต่อกลุ่มต่างๆที่ต้องสงสัย ซึ่งหน่วยกำลังมีความพร้อมที่จะเข้าดำเนินการกับกลุ่มผู้ต้องสงสัยทันทีหากมีการสั่งการให้ดำเนินการ แต่ผู้ใหญ่พูดเสมอว่าให้หาหลักฐานให้ชัดเจน หาจุดเชื่อมโยงให้ได้ หากไม่มีหลักฐานเพียงพอก็อย่าดำเนินการใดๆ เช่น การควบคุมตัว หรือการเชิญตัวผู้ที่มีพฤติกรรมที่จะทำลายประเทศมาให้ข้อมูล หากไม่มีภาพจากกล้องวงจรปิดหรือหลักฐานที่ชัดเจนก็จะเป็นเพียงการสุ่ม

สำหรับ พล.อ.ประวิตรที่ไม่ปรากฏตัวช่วงนี้และมีคำถามว่าระเบิดครั้งนี้เป็นการจงใจท้าทาย พล.อ.ประวิตรหรือไม่นั้น พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า พล.อ.ประวิตรลาป่วย ซึ่งเป็นเรื่องปรกติของคนอายุ 70 ปี แต่พูดคุยทางโทรศัพท์กันทุกวัน ขณะที่เฟซบุ๊ค “วาสนา นาน่วม” อ้างคนใกล้ชิด พล.อ.ประวิตรว่า พล.อ.ประวิตรกำลังฟื้นฟูร่างกายจากอาการป่วย แต่ไม่บอกว่าป่วยอะไร

อย่างไรก็ตาม มีข่าวที่ไม่มีใครยืนยันออกมาจากบางแหล่งข่าวว่า พล.อ.ประวิตรมีปัญหาที่ปลายเส้นประสาทและน้ำในหูไม่เท่ากัน ข่าวบางสำนักถึงกับระบุว่า ต้องเข้ารักษาอาการกะทันหันจากโรคเส้นเลือดหัวใจ

ย้อนรอยระเบิด

ทุกฝ่ายค่อนข้างมั่นใจว่าการลอบวางระเบิด 3 ครั้งน่าจะเป็นคนกลุ่มเดียวกัน แต่ก็ต้องวิเคราะห์ว่าเป็นกลุ่มใดและทำไมต้องวางระเบิดวันที่ 22 พฤษภาคม ทำไมต้องเป็นโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า ซึ่งครั้งนี้จงใจทำร้ายประชาชน ที่สำคัญคือในรอบ 3 ปี มีการวางระเบิดนอกพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้หลายครั้งต่อเนื่องกันคือ

ครั้งที่ 1 วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2558 เกิดระเบิดบริเวณทางเชื่อมระหว่างสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสสยามกับห้างสรรพสินค้าสยามพารากอน

ครั้งที่ 2 วันที่ 7 มีนาคม 2558 คนร้ายปาระเบิดเข้าไปในบริเวณศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก

ครั้งที่ 3 วันที่ 10 เมษายน 2558 วางระเบิดลานจอดรถห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลเฟสติวัลบนเกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี โดยคนร้ายซุกระเบิดไว้ในรถยนต์หรือที่เรียกว่า “คาร์บอมบ์” มีผู้บาดเจ็บ 7 คน

ครั้งที่ 4 วันที่ 17 สิงหาคม 2558 ระเบิดครั้งรุนแรงบริเวณศาลพระพรหมเอราวัณ แยกราชประสงค์ ทำให้มีผู้เสียชีวิต 20 คน และบาดเจ็บ 130 คน

ครั้งที่ 5 วันที่ 10-12 สิงหาคม 2559 จำนวน 9 ครั้งใน 5 จังหวัดภาคใต้ มีผู้เสียชีวิต 4 คน และบาดเจ็บกว่า 30 คน

ครั้งที่ 6 วันที่ 11-13 สิงหาคม 2559 เกิดระเบิดเกือบ 20 จุด กระจายใน 7 จังหวัดภาคใต้ตอนบน

ครั้งที่ 7 วันที่ 5 เมษายน 2560 ระเบิดหน้าอาคารกองสลากเก่า ถนนราชดำเนิน

ครั้งที่ 8 วันที่ 15 พฤษภาคม 2560 ระเบิดหน้าโรงละครแห่งชาติ

และครั้งล่าสุด วันที่ 22 พฤษภาคม 2560 ระเบิดที่โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า มีผู้บาดเจ็บกว่า 20 คน

คสช. สอบตก?

ศูนย์ข่าวภาคใต้ สำนักข่าวอิศรา ระบุว่า เหตุระเบิด 2 ครั้งหลังใกล้ท้องสนามหลวง ถือเป็นพื้นที่อ่อนไหวสูงสุดกลางกรุงเทพฯ มีลักษณะเหมือนกันคือ เป็นระเบิดขนาดเล็กแรงดันต่ำแบบตั้งเวลาแบบ “ไปป์บอมบ์” อุปกรณ์ที่ใช้และรูปแบบการประกอบมีความใกล้เคียงกับระเบิดที่ใช้ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ แม้จะยังสรุปไม่ได้ว่าเป็นฝีมือของฝ่ายการเมืองขั้วตรงข้ามหรือกลุ่มเคลื่อนไหวจากชายแดนภาคใต้ขยายพื้นที่ปฏิบัติการก็ตาม แต่ก็ส่งสัญญาณชัดเจนและเป็นการตีแสกหน้า คสช. เพราะถือเป็นการท้าทายอำนาจรัฐและโจมตีพื้นที่ด้านความมั่นคงที่ คสช. ถือว่าเป็นผลงานที่โดดเด่นที่สุดของรัฐบาลทหาร

หากพิจารณาในแง่ความถี่การวางระเบิดก็จะพบว่า ความเชื่อมั่นของ คสช. ในการดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินนั้นอาจเป็นเพียงแค่ภาพลวงตา เพราะตั้งแต่ คสช. เข้ามาคุมอำนาจการปกครองเมื่อปี 2557 โดนลูบคมด้วยระเบิดมาโดยตลอด

ประเด็นที่น่าสังเกตคือ ระเบิดบริเวณทางเชื่อมระหว่างสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสสยามกับห้างสรรพสินค้าสยามพารากอนเป็นระเบิดการเมืองแน่นอน รูปแบบระเบิดที่คนร้ายใช้เป็น “ไปป์บอมบ์แรงดันสูง” แบบเดียวกับเหตุระเบิดย่านมีนบุรีเมื่อวันที่ 29 มีนาคม 2557 ช่วงที่กลุ่ม กปปส. กำลังชุมนุมทางการเมือง ซึ่งตำรวจเชื่อว่าเป็นฝีมือของกลุ่มการเมืองสีเสื้อแนวฮาร์ดคอร์

แต่ระเบิดในถังขยะหน้ากองสลากเก่า หน้าโรงละครแห่งชาติ และโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า เป็นลักษณะ “ไปป์บอมบ์แรงดันต่ำ” ที่ใช้ดินระเบิดค่อนข้างน้อย อุปกรณ์ที่ใช้เหมือนการก่อเหตุใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ฝ่ายความมั่นคงตั้งข้อสงสัยว่าการวางระเบิดในกรุงเทพฯ 3 ครั้ง เกี่ยวโยงกับกลุ่ม 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้หรือไม่ ทั้งยังมีกลิ่นอายทางการเมืองเจือปนอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นเหตุระเบิด 9 จุดช่วงส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่เมื่อปี 2549 หลังรัฐประหารไม่นาน ระเบิดที่สมานเมตตาแมนชั่นย่านบางบัวทองช่วงการชุมนุมขับไล่รัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ปี 2553 หรือแผนก่อวินาศกรรมในกรุงเทพฯด้วยคาร์บอมบ์ช่วงการประชุมสุดยอดกรอบความร่วมมือเอเชีย (เอซีดี) แต่ตำรวจอ้างว่าสกัดแผนได้ทันและจับกุมผู้ต้องหาได้แล้ว 13 คน

ความเชื่อมโยงผู้ก่อการร้ายภาคใต้ในระยะหลังยังพบว่า ผู้ต้องหาที่ถูกออกหมายจับในคดีคาร์บอมบ์ห้างลีการ์เด้นส์ หาดใหญ่ ปี 2555 คดีคาร์บอมบ์ที่ห้างเซ็นทรัลเฟสติวัล เกาะสมุย ปี 2558 และระเบิด 7 จังหวัดภาคใต้ตอนบนปี 2559 บางส่วนเป็นผู้ต้องหาคนเดียวกันหรือชุดเดียวกัน

ที่หนักไปกว่านั้นคือ เหตุคาร์บอมบ์พื้นที่เศรษฐกิจที่ปัตตานี 2 ครั้งหลังสุดคือ หน้าโรงแรมเซาท์เทิร์นวิวเมื่อวันที่ 23 สิงหาคม 2559 และห้างบิ๊กซี ปัตตานี เมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม 2560 (2 จุดนี้ห่างกันราว 2 กิโลเมตรเท่านั้น) ผู้ต้องหาบางส่วนเป็นชุดเดียวกัน ทั้งยังทับซ้อนกับผู้ต้องหาคดีคาร์บอมบ์หาดใหญ่ คาร์บอมบ์สมุย และระเบิด 7 จังหวัดภาคใต้ตอนบน

ทั้งหมดสะท้อนว่าฝุ่นควันระเบิดที่อบอวลในยุค คสช. เจือไปด้วยกลิ่นการเมืองและไฟใต้ ซึ่งสะท้อนถึงผลงานของ คสช. ในด้านการรักษาความสงบเรียบร้อยและการแก้ปัญหาไฟใต้ว่าน่าจะ “สอบตก”

ระเบิดใน กทม.ถึงจะเป็นข่าวใหญ่

นายสุรชาติ บำรุงสุข นักวิชาการด้านความมั่นคง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ให้ความเห็นว่า เมื่อหลักฐานออกมาค่อนข้างชัดแบบนี้ก็ต้องประเมินกันใหม่ว่าเป็นการขยายพื้นที่ปฏิบัติการของกลุ่มเคลื่อนไหวใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้หรือไม่ เพราะทฤษฎีเดิมที่เคยเชื่อว่าความรุนแรงจำกัดเฉพาะ 3 จังหวัดภาคใต้นั้น วันนี้อาจใช้ไม่ได้แล้ว แต่การหาคำตอบในประเด็นนี้ต้องอาศัยการวิเคราะห์ที่รอบคอบ การพูดเพื่อเบี่ยงเบนปัญหาจะกระทบภาพใหญ่ของงานความมั่นคงในระยะยาว

นายสุรชาติยังเตือนว่า อย่าพยายามนำเรื่องขั้วการเมืองเก่าเข้ามากลบปัญหาที่เกิดขึ้นจนกลายเป็นการตั้งธงล่วงหน้าเหมือนเหตุระเบิด 7 จังหวัดภาคใต้ตอนบนที่ด่วนสรุปว่ากลุ่มตรงข้ามรัฐบาลเป็นผู้ลงมือ จนส่งผลให้ทิศทางการวิเคราะห์เหมือนถูกชี้นำจากผู้มีอำนาจ ซึ่งไม่เป็นประโยชน์กับการจัดการปัญหาที่แท้จริง

“งานความมั่นคงไม่มีความจำเป็นต้องรีบเร่งฟันธง แต่ต้องการความละเอียดรอบคอบในการวิเคราะห์ปัญหา ดังตัวอย่างการจัดการสถานการณ์ก่อการร้ายในตะวันตกที่ไม่รีบฟันธง แต่ใช้ความรอบคอบในการทำงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเก็บวัตถุพยานและหลักฐานต่างๆ เพื่อให้ได้คำตอบที่ชัดเจนแก่สังคม” นายสุรชาติระบุ

นายกฤดิกร วงศ์สว่างพานิช นักวิชาการอิสระด้านการก่อการร้ายและความรุนแรง ได้นำเสนอมุมมองการวิเคราะห์เกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นผ่านเฟซบุ๊คส่วนตัวว่า ระเบิดโรงพยาบาลต้องประณามแน่นอน แม้ยังไม่รู้ว่าผู้ก่อเหตุคือใคร แต่ในระดับหนึ่งก็มีสิ่งหนึ่งที่ชัดเจนคือ “เมสเสจที่ผู้ก่อเหตุต้องการจะสื่อถึงคือใคร” ก่อเหตุในวันครบรอบ 3 ปีการรัฐประหาร ก่อเหตุในโรงพยาบาลทหาร ก่อเหตุแถวห้องวีไอพีที่ตั้งชื่อตามนามสกุลคนกุมบังเหียนด้านความมั่นคงของรัฐบาลนี้ มันชัดยิ่งกว่าชัดอยู่แล้วว่า แม้จะตอบไม่ได้โดยชัดเจนว่าใครทำ แต่คนที่ทำต้องการจะบอกว่าเขามีปัญหากับรัฐบาลและฝ่ายความมั่นคงของรัฐบาลนี้เป็นพิเศษ

การประณามผู้ก่อเหตุจึงกดดันให้รัฐบาลต้องพิจารณาว่าน่าจะทบทวนท่าทีด้านนโยบายความมั่นคงตัวเองได้แล้วว่าที่ผ่านมาไม่นำมาซึ่งการแก้ปัญหาอย่างไร ทำให้ปัญหาบานปลายแค่ไหน ควรมีทางออกอื่นอย่างไรบ้าง อีกทั้งต้องเข้าใจว่าผู้ก่อเหตุก่อการร้ายนั้นไม่ได้แยแสว่าเราจะก่นด่าประณามดราม่าใส่พวกเขามากเพียงใด เพราะเขารู้อยู่แล้วว่าทำไปแล้วโดนด่า โดนประณาม หรือเสี่ยงชีวิตตัวเอง ฉะนั้นการด่าประณาม การไล่ฆ่าล้างบาง จึงไม่เคยตอบโจทย์ปัญหาลักษณะนี้

การทำแบบนี้เป็นการบ่งด้วยซ้ำว่าจะทำให้ “สารที่พวกเขาคิดจะสื่อ” เป็นที่ได้ยินต้องทำใน กทม. เท่านั้น เพราะเหตุการณ์ลักษณะนี้เกิดขึ้นในไทยมาหลายรอบ แต่นอก กทม. ก็เงียบงันกันไปทุกรอบ ต่อไปถ้าเฉพาะใน กทม. ถึงจะมีคนสนใจ ก็มีโอกาสที่ กทม. จะกลายเป็นเป้าหมายมากขึ้นเรื่อยๆได้

“ผมไม่ได้บอกให้เรากลับไปแยแสตามเดิม เพราะนั่นจะยิ่งแย่ใหญ่ การเงียบงันไม่แยแสยิ่งทำให้อะไรๆมันรุนแรงขึ้น ที่อยากจะบอกคือ การจะลดความรุนแรงลงได้มีแต่แสดงให้เห็นชัดว่ามีความพร้อมจะรับฟังข้อเสนอของพวกเขา พร้อมจะพูดคุยอย่างจริงจังและนำมาปฏิบัติจริงๆ

ลักษณะดังกล่าวนี้สำเร็จมาแล้วทั้งกรณีในแอฟริกาใต้หรือ IRA (ที่ทุเลาลงมาก) เพราะสิ่งที่ผู้ก่อเหตุต้องการคือ การได้รับความสนใจที่พร้อมจะนำไปสู่การปฏิบัติตามข้อเรียกร้องได้ ผมคิดว่าเราควรคิดจริงจังถึงเรื่องนี้ได้แล้ว ไม่ใช่ปล่อยให้ดาวบนบ่ามาถ่วงให้ชีวิตคนจมลงไปพร้อมกับความมั่นคง” นายกฤดิกรกล่าวในตอนท้าย

ขณะที่นายปณิธาน วัฒนายากร ที่ปรึกษารองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง ก็ยอมรับว่า คนก่อเหตุเป็นคนที่มีประสบการณ์ มีศักยภาพ และมีเครือข่าย ไม่ใช่มือสมัครเล่น แต่ไม่น่าวิตกกังวลอะไร การก่อเหตุมีพัฒนาการที่สลับซับซ้อน มีการหวังผลทางการเมืองสูง เพื่อให้คนตื่นตระหนกและมีความวิตกกังวล เพราะเป็นพื้นที่สาธารณะที่เกี่ยวโยงกับการดำรงชีวิตประจำวันของประชาชนจึงกระทบต่อความรู้สึกของคนในแง่การรักษาความสงบเรียบร้อย แม้ผลจริงๆจะไม่กระทบกระเทือนในแง่ความสูญเสีย แต่พื้นที่สาธารณะในหลายประเทศเป็นพื้นที่ที่ดูแลยากมาก ซึ่งไทยก็นำมาใช้ประสบความสำเร็จระดับหนึ่งในพื้นที่ภาคใต้ ทำให้เขาเปลี่ยนรูปแบบ เช่น กรณีบิ๊กซี ปัตตานี เปลี่ยนวิธีการให้แยบยลมากขึ้น ซับซ้อนมากขึ้น มีเครือข่าย เจ้าหน้าที่ก็ต้องเฝ้าพื้นที่อย่างระมัดระวังมากขึ้น

“เป็นพื้นที่ที่ถือว่าทุกคนได้ประโยชน์ร่วมกันและเป็นพื้นที่สากล นานาชาติก็ประณาม และไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ไม่สามารถปฏิบัติเช่นนั้นได้ มันผิดหลักการ แต่ยิ่งผิดหลักนั่นแหละยิ่งทำให้คนตื่นตระหนก ทำให้ได้ผลเชิงอื่นๆ” นายปณิธานกล่าว

อย่ามาโดนตัวกู!

ระเบิดที่เกิดขึ้นในวันครบรอบ 3 ปีการรัฐประหาร ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มใดทำก็สั่นคลอนรัฐบาลทหารและ คสช. ไม่น้อย เพราะที่ผ่านมารัฐบาลทหารพยายามควบคุมสถานการณ์ทุกอย่างไม่ให้กระเพื่อม แม้แต่การแสดงความคิดเห็นของฝ่ายต่างๆ ทั้งด้านการเมือง เศรษฐกิจ และสังคม แม้แต่การจัดกิจกรรมของกลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตย (DRG) เนื่องในโอกาสครบรอบ 3 ปีรัฐประหารที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (ท่าพระจันทร์) ก่อนจะเกิดเหตุระเบิดที่โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า เจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารถึงขนาดห้ามผู้จัดงานมีข้อความที่ระบุว่า “คสช. เผด็จการรัฐประหาร” โดยอ้างว่าอาจมีปัญหาด้านความมั่นคง ไม่เช่นนั้นจะให้ยุติงานและจับกุมผู้จัดงานด้วย

อย่างไรก็ตาม ยังมีป้ายปริศนาไปโผล่ที่สะพานลอยหน้าโรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ ฝั่งถนนพหลโยธิน มีข้อความว่า “ลุง! หาทางลงได้ยัง 3 ปีแล้ว” และป้ายผ้าที่สะพานลอยหน้าประตูเชียงราก มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต ข้อความว่า “ยามศึกเบิกงบ ยามสงบรัฐประหาร”

แม้รัฐบาลทหารและ คสช. จะยืนยันว่าผลงานโดดเด่น 3 ปี คือความมั่นคงและความสงบสุขของบ้านเมือง แต่ระเบิดที่เกิดขึ้นใจกลางกรุงเทพฯ 3 ครั้งในระยะไล่เลี่ยกัน รวมถึงระเบิดครั้งใหญ่ใน 7 จังหวัดภาคใต้ตอนบน และสถานการณ์ความรุนแรงใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ร้อนระอุ โดยเฉพาะคาร์บอมบ์ที่ห้างบิ๊กซี ปัตตานีนั้น จะถือว่าบ้านเมืองมีความสงบสุขและมีความมั่นคงหรือไม่ คสช. เองก็คงรู้คำตอบ

แม้จะปฏิเสธไม่ได้ว่า 3 ปีการรัฐประหาร รัฐบาลทหารและกองทัพมีความมั่นคงอย่างมาก มั่นคงทั้งในทางทหารและทางการเมือง แต่มันคือความมั่นคงของบ้านเมืองจริงหรือไม่หากระเบิดยังเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง แม้แต่พื้นที่กรุงเทพฯ

จึงไม่แปลกที่มีรายงานข่าว (23 พฤษภาคม) ว่าเหตุระเบิด 3 ครั้งในกรุงเทพฯ ทำให้หน่วยงานความมั่นคงเตรียมพิจารณานำคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 55/2559 เรื่องการดำเนินการเกี่ยวกับคดีบางประเภทที่อยู่ในอำนาจศาลทหารที่เคยยกเลิกไปก่อนหน้านี้กลับมาบังคับใช้ใหม่อีกครั้ง เนื่องจากสถานการณ์ที่เกิดขึ้นยังไม่ปรกติ เพื่อให้อยู่ในอำนาจศาลทหารในคดีบางประเภทในบรรดาคดีที่กระทำความผิด โดยอาศัยอำนาจตามความในมาตรา 44 หัวหน้า คสช. จะประกาศให้ศาลทหารมีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน หรือวัตถุระเบิดที่ใช้เฉพาะแต่การสงคราม และคดีความมั่นคงบางคดี ซึ่งก่อนหน้านี้หัวหน้า คสช. ได้ยกเลิกให้อยู่ในอำนาจพิจารณาของศาลยุติธรรม ก็จะดึงกลับมาให้อยู่ในอำนาจของศาลทหาร โดยจะมีการประชุมสรุปอีกครั้งเพื่อประกาศบังคับใช้ในเร็วๆนี้

ความกลัวและความหวั่นไหวของรัฐบาลทหารและ คสช. ดูได้จากการห้ามพูดแม้แต่คำว่า “คสช. เผด็จการรัฐประหาร” จะด้วยเหตุผลใดก็ตามก็บ่งบอกชัดเจนแล้วว่า รัฐบาลทหารและ คสช. วันนี้อยู่ในลักษณะหวาดระแวงไปหมดชนิดที่ว่า “อย่ามาโดนตัวกู อย่ามาแตะต้องกู อย่ามาสะกิดกู” ถึงขนาดนั้น เพราะสถานการณ์วันที่ 22 พฤษภาคม 2557 แตกต่างสิ้นเชิงกับวันที่ 22 พฤษภาคม 2560 นับเป็นช่วง “ขาลง” ที่ต้องประคับประคองให้ดี ไม่เช่นนั้นอาจจะล้มหัวทิ่มคะมำเอาได้ง่ายๆ

ระเบิดที่เกิดขึ้นทั้งในพื้นที่ภาคใต้และกรุงเทพฯกลายเป็นเรื่องความมั่นคงที่แยกไม่ออกจากการเมือง ซึ่งก็ต้องกลับมาที่คำถามและข้อกังขาว่า “ระเบิด” ที่เกิดขึ้นเพราะอะไร ใครเป็นผู้กระทำ และใครได้ประโยชน์?

ล่าสุดมีข่าวว่ากล้องวงจรปิดที่โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้าในวันเกิดเหตุนั้นบังเอิญเสียพอดี ถ้าเป็นข่าวจริงก็คงจะทำให้การสืบสวนหา “ความจริง” ยากลำบากยิ่งขึ้น

และเมื่อ พล.อ.ประยุทธ์ออกมาพูดว่า แม้ทุกอย่างจะยังเป็นไปตามโรดแม็พ รวมถึงการเลือกตั้ง แต่หากมีเหตุการณ์ก็จำเป็นต้องมีการขยับออกไป

อะไรที่เชื่อว่าจะเกิดขึ้นตามเวลาแน่ๆ ก็ดูเหมือนจะไม่ค่อยแน่ไปโดยปริยาย!!??


You must be logged in to post a comment Login

Казино левлучший портал для азартных игроков
Игровые автоматызахватывающая игра начинается сейчас
azino777испытай удачу прямо здесь
1win казинооткрой для себя мир азартных игр
Вулкан платинумавтоматы с высокой отдачей ждут тебя
Казино левгде выигрыши становятся реальностью
Игровые автоматыразвлекайся и выигрывай каждый день
азино три топоранаслаждайся адреналином от побед
Казино 1winкаждая игра — шаг к успеху
Вулкан россиятвой шанс на большой выигрыш
Казино левоснова азартного мастерства
Игровые автоматытоповые игры для каждого
Azino777только для настоящих ценителей риска
1win казинокайф от игры начинается здесь
Вулкан 24где каждый день приносит победы
Казино левновые высоты азартных эмоций
Игровые автоматыгде выигрыши реальны
азино три топорасамые горячие игры ждут
Казино 1winвыигрывайте с комфортом
Казино вулкан россияисследуй мир азартных автоматов
Казино левтвой источник азарта и выигрышей
Игровые автоматыискусство выигрыша ждет тебя
azino777почувствуй азарт и драйв
1win казиноидеальный выбор для азартных игр
Вулкан платинумиграй и побеждай с удовольствием
Казино левнаслаждайся азартом без границ
Игровые автоматылучшие призы ждут тебя
азино три топоратвоя игра начинается здесь
Казино 1winновые уровни азарта и удачи
Вулкан россияначни путь к победе прямо сейчас
Coco chat - Rejoignez nouvelles discussions enrichissantes sur Bed and Bamboo
Chatrandom - Discover exciting chats with new people on Bed and Bamboo
Chatrandom - Entdecke spannenUnterhaltungauf Bed and Bamboo
Chatrandom - Ontdek boeienchats op Bed and Bamboo
Coco chat - Partagez des moments uniques sur Hoodrich France
Chatrandom - Connect and chat on Hoodrich France
Chatrandom - Chatte mit der Hoodrich France Community
Chatrandom - Geniet van chats in Hoodrich France gemeenschap
Coco chat - Connectez-vous pour des échanges passionnants sur I’m Famous 51
Chatrandom - Meet and chat on I’m Famous 51
Chatrandom - Führe spannenGespräche auf I’m Famous 51
Chatrandom - Beleef gesprekkop I’m Famous 51
Coco chat - Discutez avec la communauté Quincaillerie Outillage Thollot
Chatrandom - Explore vibrant conversations at Quincaillerie Outillage Thollot
Chatrandom - Tritt spannendChats bei Quincaillerie Outillage Thollot bei
Chatrandom - Ga mee in boeiengesprekkbij Quincaillerie Outillage Thollot
Coco chat - Rejoignez TurboSystem pour discuter
Chatrandom - Engage in exciting chats at TurboSystem
Chatrandom - Genieße spannenChats bei TurboSystem
Chatrandom - Beleef chatplezier bij TurboSystem