วันศุกร์ที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2568

กองทัพปฏิรูปตัวเองอยู่แล้ว / โดย ทีมข่าวการเมือง

On July 17, 2017

คอลัมน์ : เรื่องจากปก
ผู้เขียน : ทีมข่าวการเมือง

ท่ามกลางกระแสเรียกร้องให้ ปฏิรูปตำรวจ” ก็มีเสียงเรียกร้องให้ ปฏิรูปกองทัพ” ไปพร้อมๆกันด้วย ทั้งที่รู้ดีว่าเป็นไปไม่ได้ เหมือนอย่างที่นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กล่าวผ่านเฟซบุ๊คไลฟ์แฟนเพจว่า อย่าปฏิรูปเฉพาะตำรวจเพียงหน่วยงานเดียว เมื่อให้ทหารเป็นหัวแถวการปฏิรูปตำรวจก็ควรจะให้ตำรวจเป็นหัวแถวในการปฏิรูปทหารเช่นกัน

นายจตุพรกล่าวว่า ไม่ใช่การประชดประชัน แต่เป็นเรื่องที่เราต้องยอมรับความเป็นจริงว่าทุกองค์กรในประเทศไทยมีปัญหา ไม่ใช่เฉพาะตำรวจเพียงองค์กรเดียว ทหาร ข้าราชการ พรรคการเมือง หน่วยงานต่างๆ แม้กระทั่งภาคประชาชน เราก็ต้องปฏิรูปทั้งนั้น เวลานี้สิ่งที่แต่ละฝ่ายพยายามจะพูดกันดูเหมือนประเทศไทยมีปัญหาเฉพาะหน่วยงานเดียวเท่านั้นคือสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ตนมองว่าเรื่องคนดีคนไม่ดีมีทุกองค์กร และบางหน่วยงานแตะต้องไม่ได้

นายจตุพรยังเห็นว่าปัจจุบันตำรวจอยู่ภายใต้การควบคุมของทหารอยู่แล้ว ซึ่งในแต่ละส่วนงานก็มีทหารเข้าไปเกี่ยวข้องในแต่ละพื้นที่ในทางปฏิบัติกันอยู่แล้ว ถ้าหากจะแก้ไข ปฏิรูปตำรวจในทุกมิติ สิ่งหนึ่งที่คนไทยอยากจะเห็นก็คือ เราจะได้หน่วยงานที่มีธรรมาภิบาลที่ดีและถูกต้อง ตำรวจได้รับการปฏิรูปเพียงองค์กรเดียวก็ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงอะไร ทหารควรเปิดกว้างเช่นเดียวกัน เมื่อกล้าที่จะปฏิรูปตำรวจก็ควรจัดให้มีการปฏิรูปทหารเช่นเดียวกัน เพราะเชื่อว่าทหารก็มีปัญหา ทหารก็มีคนดีและคนไม่ดีเหมือนกับทุกหน่วยงาน ตนอยากเห็นการปฏิรูปทหาร ปฏิรูปกองทัพ ปฏิรูปทุกหน่วยงานราชการ

คสช. ไม่ได้รัฐประหาร…แค่มาแยก!

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในฐานะรองหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวถึงเสียงเรียกร้องให้ปฏิรูปกองทัพด้วย ไม่ใช่แค่ปฏิรูปตำรวจว่า กองทัพมีการปฏิรูปมาตลอด

ส่วนที่ไม่ให้ทหารยุ่งเกี่ยวกับการเมืองหรือรัฐประหารนั้น พล.อ.ประวิตรยืนยันว่า ไม่ได้อยากจะเกี่ยว แต่จะให้ทำยังไง ทหารไม่มีเจตนาจะปฏิวัติ ทหารไม่ได้ต้องการปฏิวัติ แต่เพราะเสียงเรียกร้องของประชาชน ทหารไม่ได้ปฏิวัติ ทหารสมัยนี้ไม่ได้อยากปฏิวัติแล้วนะ

อย่างคราวนี้ที่ทำก็ไม่ได้รัฐประหารนะ แค่มาแยกไม่ให้ทะเลาะกัน” พล.อ.ประวิตรยังตอบที่ว่าทหารเข้ามายุ่งเกี่ยวกับการเมืองว่า เดี๋ยวก็เลิกแล้วพอมีเลือกตั้ง และเมื่อถามว่าจะพูดได้หรือไม่ว่าจะไม่มีรัฐประหารอีก พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า จะไปพูดได้ยังไงว่าจะไม่มีอีก แต่ทหารไม่ได้อยากจะปฏิวัติ มันแล้วแต่สถานการณ์

ทหารมีแผนพัฒนาระยะยาว

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. กล่าวถึงการปฏิรูปกองทัพว่า การปฏิรูปกองทัพไม่ใช่แบบเดียวกับการปฏิรูปตำรวจ แต่ต้องใช้คำว่า การพัฒนากองทัพ” เพราะกองทัพมียุทธศาสตร์อยู่แล้ว ทั้งยุทธศาสตร์ 10-15 ปีว่าจะพัฒนาคนและอุปกรณ์อย่างไร ซึ่งวันนี้มีความจำเป็นต้องพัฒนาเทคโนโลยีทั้งหมด ต้องมีแผนพัฒนาในระยะยาว และอาวุธยุทโธปกรณ์ทางทหารมีอายุการใช้งานที่ยาวนาน อาวุธยุทโธปกรณ์วันหน้าอาจลดจำนวนให้น้อยลง แต่มีประสิทธิภาพมากขึ้น ใช้เทคโนโลยีมากขึ้น ทั้งกล้องอุปกรณ์การยิงระยะไกล โดยไม่ต้องมาเสียเวลาซ่อม นอกจากนี้ยังต้องมองเรื่องการผลิตเอง

ส่วนที่หลายคนมองว่าตำแหน่งนายพลมีจำนวนมากนั้นก็จะเอามาทำงานให้ถูกต้อง ให้อยู่ในกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) เพราะรัฐบาลจะเพิ่มบทบาท กอ.รมน. ให้มากขึ้นเพื่อทำงานร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัด เพื่อให้ผู้ว่าฯมีลูกมือทั้งตำรวจ ทหาร อยู่ใน กอ.รมน.จังหวัด เพื่อทำงานด้านความมั่นคง ยุติความขัดแย้งในพื้นที่

ส่วนการลดกำลังพลที่ผ่านมาก็ได้ทยอยลดลงตามลำดับปีละ 5-10% ตามสถานการณ์ ไม่ใช่อยู่ดีๆจะปลดออกหมด ต้องคำนึงถึงบุคลากรที่กำลังจะเติบโตด้วย หากตอนนี้บริหารบุคลากรตามภารกิจเพื่อช่วยเหลือเกื้อกูลซึ่งกันและกันย่อมดีกว่าให้อยู่เฉยๆโดยไม่มีอะไรทำ วันนี้มีการจัดคณะทำงานหลายด้าน และยังต้องดูสายงานที่เกี่ยวกับการติดตามสอบสวนเพื่อให้เกิดความชัดเจน ซึ่งทั้งหมดนี้ตนรับมาเพื่อที่จะปรับปรุง

ทหารไม่กลับกรมกอง

คำตอบของ “2 ผู้นำ คสช.” เท่ากับยืนยันว่าการปฏิรูปกองทัพทำอยู่ตลอดเวลา และยังจะเพิ่มบทบาทกองทัพไปช่วยผู้ว่าราชการจังหวัดดูแลด้านความมั่นคงมากขึ้นอีกด้วย บทบาทของกองทัพจึงยิ่งต้องจับตามอง เพราะยังมีบทบาทอย่างต่อเนื่องหลังการเลือกตั้ง โดยมี “ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี” เพื่อควบคุมการทำงานของรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง ซึ่งประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติหากไม่ใช่ พล.อ.ประยุทธ์ก็ต้องเป็นคนที่กองทัพไว้ใจ นอกจากนี้ยังมี ส.ว.แต่งตั้งจาก คสช. มาควบคุมไม่ให้รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งออกนอกกรอบที่กองทัพสร้างขึ้นอีกด้วย จึงเชื่อได้ว่ากองทัพยังไม่ได้กลับกรมกองและยังทำงานการเมืองไปอีกนานภายใต้ระบอบประชาธิปไตย 99.99% แบบไทยๆ

จึงไม่แปลกที่ พล.อ.ประวิตรจะไม่ยืนยันว่าจะมีรัฐประหารอีกหรือไม่ว่าขึ้นอยู่กับสถานการณ์ แน่นอนว่านักการเมืองหรือประชาชนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งก็จะเป็น “คนเลว คนไม่ดี” ที่ทำให้บ้านเมืองวิกฤตจนกองทัพต้องทำรัฐประหาร

เช่นเดียวกับที่ พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี หรือ โฆษกไก่อู” ตอบโต้นายจตุพรว่า ทุกวันนี้กองทัพมีการปฏิรูปตัวเองอยู่แล้ว ต้องย้อนถามนักการเมืองเช่นกันว่า การที่กองทัพต้องเข้ามายุ่งเกี่ยวกับการเมืองในครั้งนี้เพราะความไม่สงบเรียบร้อยที่นักการเมืองก่อเอาไว้ ส่งผลให้กองทัพมีความจำเป็นต้องเข้ามาหรือไม่ ถ้าหากบ้านเมืองมีความสงบเรียบร้อย และปรกติสุข ไม่ทะเลาะเบาะแว้ง ฆ่าฟันกันทั้งเมือง ทหารจะเข้ามาทำไม”

คำชี้แจงโต้ตอบของ พล.ท.สรรเสริญทำให้ต้องย้อนคำนึงกลับไปถึงการทำรัฐประหาร 13 ครั้งของประเทศไทย ไม่ว่าเพราะนักการเมืองเลวหรือการแย่งชิงอำนาจและผลประโยชน์ในกองทัพหรือกลุ่มอำนาจใดก็ตาม ล้วนแต่ทำให้ประเทศชาติยิ่งถอยหลัง ขณะที่ผู้สูญเสียล้มตายมากที่สุดคือประชาชนที่เป็นเจ้าของประเทศที่แท้จริง แต่กลับถูกปล้นอำนาจครั้งแล้วครั้งเล่าและยังถูกเหยียดหยามว่า โง่-จน-เจ็บ” ยังไม่พร้อมสำหรับระบอบประชาธิปไตยเยี่ยงอารยประเทศ ซึ่งถือว่าประชาชนคือเจ้าของประเทศที่มีสิทธิเสรีภาพและสิทธิความเป็นมนุษย์เท่าเทียมกัน

ดังนั้น ตราบใดที่ยังมีการรัฐประหารก็ต้องมีการเรียกร้องให้ “ปฏิรูปกองทัพ” เพราะความสงบสุขและความมั่นคงของบ้านเมืองเกี่ยวข้องกับทุกภาคส่วนของสังคมซึ่งต้องปฏิรูปตัวเองทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นตำรวจ ทหาร ภาคประชาชน ภาคธุรกิจ หรือนักการเมือง ไม่ใช่บ้านเมืองมีปัญหาเฉพาะตำรวจหรือนักการเมืองจากการเลือกตั้งเท่านั้น แต่นักการเมืองที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งหรือมาจากการตั้งตนเองด้วยการยึดอำนาจมานั้นอาจยิ่งน่ากลัวกว่าก็ได้

ลดอำนาจและบทบาทกองทัพ

แท้จริงแล้วประชาชนไม่ได้แค่เรียกร้องให้ปฏิรูปตำรวจเท่านั้น แต่ต้องการให้ปฏิรูประบบราชการและปฏิรูปกองทัพเช่นกัน โดย พล.อ.บุญสร้าง เนียมประดิษฐ์ ประธานคณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านกระบวนการยุติธรรม (ตำรวจ) บอกว่า ไม่หนักใจกับการปฏิรูปตำรวจเพราะไม่ใช่เรื่องยาก ซึ่งนักวิชาการก็มองว่าการปฏิรูปกองทัพไม่ใช่เรื่องยากเช่นกัน หากทุกฝ่ายต้องการปฏิรูปประเทศอย่างแท้จริง เพียงแต่ทำให้กองทัพกลับเข้ากรมกองไม่เข้ามาไม่ยุ่งเกี่ยวกับการเมือง เมื่อไม่มีอำนาจและผลประโยชน์ทางการเมือง กองทัพก็จะเป็นกองทัพของประชาชนที่ดูแลด้านความมั่นคงอย่างแท้จริง

นายนิธิ เอียวศรีวงศ์ นักวิชาการอิสระ ที่เคยตั้งคำถามว่า มีทหารไว้ทำไม” ได้เขียนบทความ ปฏิรูปกองทัพ สิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้” (มติชนสุดสัปดาห์ 25 กรกฎาคม 2559) โดยกล่าวว่า ให้กองทัพออกจากการเมืองที่เป็นทางการนั้นง่าย หลังปี 2535-2549 ต้องทำให้กองทัพยกเลิกอภิสิทธิ์เชิงสถาบันหลายอย่างที่ครอบครองมานาน อย่าง กอ.รมน. มีอำนาจแค่ไหน และจะมีระบบตรวจสอบถ่วงดุลจากฝ่ายพลเรือนอย่างไร มีอำนาจไหนในการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินหรือกฎอัยการศึก กองทัพต้องกลับมาอยู่ในกลไกปรกติภายใต้รัฐบาลพลเรือน อย่างอินโดนีเซียที่กองทัพมีปัญหามายาวนานนั้น ไม่ได้แค่จัดโครงสร้างให้เหมาะสมกับภาวะโลกปัจจุบันและแยกออกจากการเมืองเท่านั้น แต่ยังทำให้กองทัพ “รบเป็น” ด้วย ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่ายกว่าอินโดนีเซียจะปฏิรูปกองทัพให้หลุดพ้นจากการเมืองและผลประโยชน์ที่พึงมีพึงได้มากมายที่อยู่ในภูมิภาคต่างๆ ขณะที่กองทัพไทยมีรายได้ส่วนใหญ่จากงบประมาณแผ่นดิน ซึ่งที่ผ่านมาฝ่ายการเมืองของไทยต้องการคุมกองทัพเพื่อมาเป็นกลไกทางการเมืองส่วนตัวของตนเอง หรือยอมจำนนศิโรราบแก่กองทัพหวังว่ากองทัพจะปล่อยให้มีอำนาจต่อไป

นายนิธิตั้งคำถามทิ้งท้ายว่า เราจะปฏิรูปกองทัพอย่างไรเพื่อให้ประเทศเดินหน้าต่อไปได้ท่ามกลางเงื่อนไขใหม่ๆที่เกิดขึ้นในโลกที่กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

ยิ่งมีอำนาจยิ่งต้องโปร่งใส

นายสุรชาติ บำรุงสุข อาจารย์ภาควิชาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เคยวิเคราะห์ข้อเสนอในการปฏิรูปกองทัพว่า การชูประเด็นและข้อเรียกร้องการปฏิรูปกองทัพไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นมานานแล้ว ถ้าลองย้อนกลับไปเราจะเห็นข้อเสนอในยุคของ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกรัฐมนตรี แม้ความพยายามเหล่านี้จะประสบความสำเร็จบ้าง ไม่ประสบความสำเร็จบ้างก็ตาม แต่ในอนาคตข้อเรียกร้องให้ปฏิรูปกองทัพจะเป็นประเด็นใหม่แน่ๆ เห็นได้ชัดว่าทุกวันนี้รัฐบาลทหารพยายามเรียกร้องให้ทุกภาคส่วนในสังคมปฏิรูปตนเอง แต่อย่างหนึ่งที่รัฐบาลทหารไม่พูดถึงเลยก็คือการปฏิรูปกองทัพ เพราะฉะนั้นข้อเรียกร้องดังกล่าวน่าจะมีคนเสนอออกมาเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

นายสุรชาติกล่าวว่า ถ้ามองการเมืองระยะยาวแล้ว ข้อเสนอการปฏิรูปกองทัพจะต้องถูกเสนอผ่านรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง เพียงแต่สถานการณ์เฉพาะหน้าเรายังตอบไม่ได้ว่าจะมีการเลือกตั้งเกิดขึ้นเมื่อไรและใครจะเป็นรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง ในอนาคตรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งจะมีนโยบายในการปฏิรูปกองทัพและทหารจริงจังหรือไม่ ถึงตรงนี้คาดเดาไม่ได้เลย คงต้องประเมินกันอีกที

นายสุรชาติยังกล่าวถึงการจะปฏิรูปกองทัพ (11 พฤศจิกายน 2015) ว่าจำเป็นต้องปฏิรูปกระบวนการจัดซื้อจัดหายุทโธปกรณ์โดยมียุทธศาสตร์ที่แท้จริงรองรับ ต้องเป็นการซื้อที่เกิดจากความต้องการทางยุทธศาสตร์เพื่อตอบสนองโจทย์ความมั่นคงของประเทศในอนาคต ไม่ใช่สนองกระเป๋าของใครในปัจจุบัน โดยยกรายงาน การปฏิรูประบบงบประมาณของไทยเพื่อต่อต้านการทุจริต” ของคณะอนุกรรมการฝ่ายวิจัย สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช) ที่ระบุถึงคำสัมภาษณ์ของอดีตผู้บริหารสำนักงบประมาณที่ให้ความเห็นเกี่ยวกับงบกระทรวงกลาโหมว่า

เรื่องการจัดซื้อจัดจ้างของกองทัพไม่มีหน่วยงานไหนเข้าไปตรวจสอบได้ แม้แต่ สตง. ก็เถอะ ดังนั้น จึงมีการทุจริตสูง ถ้ามีกระบวนการกลั่นกรองการจัดซื้อจัดจ้างของกองทัพที่โปร่งใสโดยเฉพาะ เราดูในแง่ของอาวุธว่าคุ้มค่าหรือไม่ ไม่ได้ดูเพื่อเปิดเผยความลับของประเทศ แต่ควรมีแผนป้องกันประเทศที่กำหนดไว้ชัดเจนกว่านี้ว่าจะทำอะไร ไม่ต้องบอกเราหรอกว่าจะต้องมีจำนวนอาวุธเท่าไร เพื่อให้เรารู้กรอบวงเงินคร่าวๆในการจัดซื้ออาวุธแล้วซอยมาเป็นงบแต่ละปี แล้วตอบคำถามให้ได้ว่าเมื่อได้มาแล้วจะมีไว้เพื่ออะไร”

3 ปีกระหน่ำซื้ออาวุธ-งบกระฉูด

ประเด็นความโปร่งใสสอดรับกับคำถามมากมายที่เกิดขึ้นภายใต้รัฐบาลทหารขณะนี้ นับตั้งแต่กองทัพเข้าไปดำเนินการก่อสร้างอุทยานราชภักดิ์และการจัดซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์กว่า 70,000 ล้านบาทช่วง 3 ปีที่ผ่านมา อาทิ ซื้อเรือดำน้ำจากจีนมูลค่า 36,000 ล้านบาท ซื้อรถถังแบบ VT-4 จากจีน 2 ครั้ง จำนวน 38 คัน วงเงิน 7,002 ล้านบาท (28 คัน 4,985 ล้านบาท ปี 2559 และ 10 คัน 2,017 ล้านบาท ปี 2560) ซื้อรถหุ้มเกราะล้อยางแบบ VN1 จากจีน จำนวน 34 คัน 2,300 ล้านบาท ซื้อเฮลิคอปเตอร์แบบลำเลียงรุ่น Mi-17V5 จำนวน 6 ลำ 5,083 ล้านบาท ซื้อเฮลิคอปเตอร์แบบแบล็กฮอว์กจำนวน 4 ลำ 3,000 ล้านบาท กองทัพเรือสร้างเรือตรวจการณ์ไกลฝั่งหรือ OPV (Off-shore Patrol Vessel) จำนวน 1 ลำ 5,482 ล้านบาท และล่าสุดการอนุมัติซื้อเครื่องบินฝึกขับไล่ T-50TH จำนวน 8 ลำ 8,800 ล้านบาท

ท่ามกลางเศรษฐกิจที่มีปัญหา ประเทศขาดแคลนงบประมาณ ราคาพืชผลทางการเกษตรตกต่ำ และชาวสวนยางภาคใต้ประกาศจะออกมาขับไล่รัฐบาลหากไม่ช่วยเหลือ ขณะที่ “ทั่นผู้นำ” ก็แก้ปัญหาแบบพูดง่ายทำยาก แนะนำให้ปลูกพืชชนิดอื่นหรือประกอบอาชีพอื่นแทน ซึ่งสวนทางกับงบประมาณกระทรวงกลาโหมที่สูงขึ้นมาตลอด คือปี 2558 จำนวน 190,000 ล้านบาท เพิ่มเป็น 200,000 ล้านบาทปี 2559 ขยับเป็น 210,000 ล้านบาทปี 2560 และล่าสุดปี 2561 เพิ่มเป็น 222,000 ล้านบาท

ประเด็นร้อนและเต็มไปด้วยข้อครหาอย่างมากขณะนี้คือ การใช้อำนาจมาตรา 44 ปลดล็อกไม่บังคับตามกฎหมายและระเบียบต่างๆเพื่อเร่งรัดโครงการรถไฟความเร็วสูง (ปานกลาง) ไทย-จีน ช่วงกรุงเทพฯ-นครราชสีมา ระยะทาง 253 กิโลเมตร มูลค่า 179,412 ล้านบาท ซึ่งหลายฝ่ายมองว่าเหมือนไปตายเอาดาบหน้า เพราะมีแต่เจ๊งกับเจ๊งหรือไม่? จนถึงวันนี้รัฐบาลทหารก็ยังไม่เปิดเผยรายละเอียดใดๆออกมา นอกจากคำยืนยันของ “ทั่นผู้นำ” ว่าทุกอย่างเป็นประโยชน์เต็มที่ต่อประเทศ และทุกอย่างโปร่งใสภายใต้ “สัญญาคุณธรรม” ระหว่างไทยกับจีน

จาก “ภารกิจซื้ออาวุธ” สู่ “ภารกิจรัก”

ท่ามกลางกระแสเรียกร้องให้มีการปฏิรูปตำรวจแต่กลับมีคำถามว่าทำไมไม่เรียกร้องให้มีการปฏิรูปกองทัพด้วยนั้น เหมือนโศกนาฏกรรมของสังคมไทยที่ต้องจมปลักกับการรัฐประหารและฉีกรัฐธรรมนูญครั้งแล้วครั้งเล่า แตกต่างสิ้นเชิงกับละครโทรทัศน์ซีรี่ส์ชุด ภารกิจรัก” ซึ่งออกอากาศทางช่องหลายสีอยู่ขณะนี้

ปฏิเสธไม่ได้ว่าละครถูกสร้างขึ้นมาเพื่อสื่อให้ประชาชนเห็นถึงบทบาทและภาระหน้าที่ของตำรวจและทหารที่เต็มไปด้วยความเสียสละเพื่อบ้านเมืองและประชาชน แต่ก็เป็นการยัดเยียดเสมือนการโฆษณาชวนเชื่อในละครแบบรัฐนาฏกรรมแบบไทย ซึ่ง “ทั่นผู้นำ” เองก็ชี้แนะและอยากเห็นละครแบบนี้ตั้งแต่ซีรี่ส์บิ๊กบอสเกาหลีมาถึงซีรี่ส์ “ภารกิจรัก” กองทัพไทย

นายนิธิตั้งข้อสังเกตว่า นาฏกรรมอาจมีผลต่อชีวิตมากกว่าที่เราคิด ละครเป็นสื่อที่มีพลังสูงมาก สารที่ละครดีๆส่งให้แก่ผู้ชมอาจมีผลเปลี่ยนมุมมองต่อชีวิตของผู้ชมเอง เข้าโรงละครเป็นคนหนึ่ง ออกจากโรงละครเป็นอีกคนหนึ่ง แต่ไม่ว่าจะเป็นละครดีขนาดไหนก็ตาม ตราบเท่าที่ละครยังส่งสารอันเดิม ละครนั้นย่อมไม่มีผลเปลี่ยนมุมมองต่อชีวิตของผู้ชมซึ่งรับสารนั้นมาอย่างซึมซับแนบแน่นแล้ว”

การปฏิรูปกองทัพเพื่อให้กองทัพเป็น ทหารอาชีพ” อย่างอารยประเทศจึงไม่มีใครเชื่อว่าจะเป็นไปได้ในยุคที่รัฐบาลทหารและกองทัพยังมีอำนาจแทบทุกตารางนิ้ว ซึ่งซามูเอล ฮันติงตัน นักวิชาการรัฐศาสตร์ที่ทรงอิทธิพล กล่าวไว้ว่า ความเป็นทหารอาชีพจะไม่ทำให้ทหารยุ่งเกี่ยวกับการเมือง เพราะทหารในสังคมสมัยใหม่นั้นเป็นนักเทคนิคในการบริหารจัดการความรุนแรงของรัฐ ซึ่งต่างจากทหารเมื่อ 200 ปีที่แล้วที่เป็นนักรบรับจ้างหรือทหารของพระราชา”

ในขณะที่ ดร.พิชญ์ พงษ์สวัสดิ์ อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ เขียนบทความการเมืองเรื่อง ชายบนหลังม้า” มองอีกมุมว่า

วิธีคิดของฮันติงตันวางอยู่บนความเชื่อที่ว่า “ความเป็นทหารอาชีพ” นั้นมีอยู่แบบเดียวคือ ต้องไม่ยุ่งเกี่ยวกับการเมือง หรือเป็นกลางทางการเมือง ทั้งที่บ่อยครั้งความเป็นทหารอาชีพต่างหากที่ผลักดันให้ทหารยุ่งเกี่ยวกับการเมือง เพราะเขาจะเชื่อว่าเขาเป็นข้ารับใช้ประเทศชาติและองค์อธิปัตย์มากกว่ารัฐบาลที่ปกครองประเทศอยู่” 

การปฏิรูปกองทัพโดยประชาชนจึงเป็นไปไม่ได้ “โฆษกไก่อู” ก็ออกมายืนยันแล้วว่า “ทุกวันนี้กองทัพมีการปฏิรูปตัวเองอยู่แล้ว”

ทหารอาชีพ (จริงๆ)” ในระบอบพิสดารจึงอาจมีได้เพียงแค่ในหนังในละครเท่านั้น!!??


You must be logged in to post a comment Login

Казино левлучший портал для азартных игроков
Игровые автоматызахватывающая игра начинается сейчас
azino777испытай удачу прямо здесь
1win казинооткрой для себя мир азартных игр
Вулкан платинумавтоматы с высокой отдачей ждут тебя
Казино левгде выигрыши становятся реальностью
Игровые автоматыразвлекайся и выигрывай каждый день
азино три топоранаслаждайся адреналином от побед
Казино 1winкаждая игра — шаг к успеху
Вулкан россиятвой шанс на большой выигрыш
Казино левоснова азартного мастерства
Игровые автоматытоповые игры для каждого
Azino777только для настоящих ценителей риска
1win казинокайф от игры начинается здесь
Вулкан 24где каждый день приносит победы
Казино левновые высоты азартных эмоций
Игровые автоматыгде выигрыши реальны
азино три топорасамые горячие игры ждут
Казино 1winвыигрывайте с комфортом
Казино вулкан россияисследуй мир азартных автоматов
Казино левтвой источник азарта и выигрышей
Игровые автоматыискусство выигрыша ждет тебя
azino777почувствуй азарт и драйв
1win казиноидеальный выбор для азартных игр
Вулкан платинумиграй и побеждай с удовольствием
Казино левнаслаждайся азартом без границ
Игровые автоматылучшие призы ждут тебя
азино три топоратвоя игра начинается здесь
Казино 1winновые уровни азарта и удачи
Вулкан россияначни путь к победе прямо сейчас
Coco chat - Rejoignez nouvelles discussions enrichissantes sur Bed and Bamboo
Chatrandom - Discover exciting chats with new people on Bed and Bamboo
Chatrandom - Entdecke spannenUnterhaltungauf Bed and Bamboo
Chatrandom - Ontdek boeienchats op Bed and Bamboo
Coco chat - Partagez des moments uniques sur Hoodrich France
Chatrandom - Connect and chat on Hoodrich France
Chatrandom - Chatte mit der Hoodrich France Community
Chatrandom - Geniet van chats in Hoodrich France gemeenschap
Coco chat - Connectez-vous pour des échanges passionnants sur I’m Famous 51
Chatrandom - Meet and chat on I’m Famous 51
Chatrandom - Führe spannenGespräche auf I’m Famous 51
Chatrandom - Beleef gesprekkop I’m Famous 51
Coco chat - Discutez avec la communauté Quincaillerie Outillage Thollot
Chatrandom - Explore vibrant conversations at Quincaillerie Outillage Thollot
Chatrandom - Tritt spannendChats bei Quincaillerie Outillage Thollot bei
Chatrandom - Ga mee in boeiengesprekkbij Quincaillerie Outillage Thollot
Coco chat - Rejoignez TurboSystem pour discuter
Chatrandom - Engage in exciting chats at TurboSystem
Chatrandom - Genieße spannenChats bei TurboSystem
Chatrandom - Beleef chatplezier bij TurboSystem