- ตั้งสติให้ดี “โลกนี้ มีเกิด มีตาย”Posted 1 month ago
- อย่าหาเรื่องอยู่ร้อน นอนทุกข์Posted 1 month ago
- โลกธรรมPosted 1 month ago
- อนุโมทนา คนพิการสู้ชีวิตPosted 1 month ago
- สลายความเกลียดชังPosted 1 month ago
- สู้ดีกว่าลาโลกPosted 1 month ago
- ใช้คาถาพระพยอมบ้างPosted 1 month ago
- เสียงชื่นชมดีกว่าเขาด่าPosted 1 month ago
- ต้องใช้ยาแรงกับคนขายชาติPosted 1 month ago
- บทเรียนผู้เห็นกงจักรเป็นดอกบัวPosted 1 month ago
ชายชราใต้แสงจันทร์ / โดย กิ่งเหมย

คอลัมน์ : วิถีบูรพา
ผู้เขียน : กิ่งเหมย
ฉบับนี้ขอเสนอสุภาษิตที่ว่า “เยว่ เซี่ย เหล่า เหริน” หรือ “ชายชราใต้แสงจันทร์”
ในสมัยราชวงศ์ถัง มีชายผู้หนึ่งนามว่า เว่ยกู้ ครั้งหนึ่ง เขาเดินทางท่องเที่ยวไปยังเมืองซ่งเฉิงและพักอยู่ที่โรงเตี๊ยมแห่งหนึ่งชื่อว่า หนันเตี้ยน
อยู่มาคืนหนึ่ง เขาเดินท่องเที่ยวในเมืองยามราตรี ก็ไปพบเห็นชายชราผู้หนึ่งปูเสื่อนั่งอยู่กลางแสงจันทร์ กำลังอ่านหนังสือเล่มหนาเล่มหนึ่ง ข้างตัวก็มีด้ายแดงอยู่กลุ่มหนึ่ง
ด้วยความแปลกใจ เว่ยกู้จึงเดินเข้าไปถามชายชราว่า “ท่านอ่านหนังสืออะไรอยู่หรือ” ชายชราตอบว่า “นี่คือหนังสือแต่งงานของชายและหญิง” เว่ยกู้แปลกใจจึงถามต่อไปว่า “แล้วด้ายแดงเล่า มีไว้เพื่ออะไร” ชายชราตอบว่า “ด้านแดงเหล่านี้เอาไว้เพื่อผูกขาชายและหญิงที่เป็นคู่กัน ไม่ว่าทั้งคู่จะห่างไกลแค่ไหน ด้ายแดงนี้ก็จะนำให้ทั้งคู่มาพบและแต่งงานกัน”
จากนั้นชายชราก็ลุกขึ้นเดินไป เว่ยกู้วิ่งตาม จนไปพบหญิงชราตาบอดเดินจูงมือมากับเด็กหญิงวัย 3 ปี ชายชราจึงบอกแก่เว่ยกู้ว่า เด็กผู้หญิงคนนั้นคือเนื้อคู่ของเขา
เว่ยกู้ได้ยินดังนั้นโกรธมาก เลยสั่งให้คนรับใช้ไปสังหารเด็กผู้หญิงคนนั้นเสีย คนรับใช้ได้ใช้มีดฟันไปที่เด็กหญิงคนนั้นแล้วก็วิ่งหนีไป ส่วนเว่ยกู้พยายามตามหาชายชราคนนั้นเพื่อคิดบัญชี แต่ก็หาไม่พบ
ผ่านไป 14 ปี เว่ยกู้ก็มาพบกับหญิงสาวที่ถูกใจ หญิงสาวผู้นี้มีใบหน้างดงาม หากแต่ที่หน้าของนางกลับมีแผลเป็นอยู่หนึ่งรอย เว่ยกู้จึงถามว่าที่พ่อตาว่า รอยแผลนั้นเกิดจากอะไร
ว่าที่พ่อตาตอบว่า เมื่อ 14 ปีก่อน ขณะที่ลูกสาวของตนไปเที่ยวที่เมืองซ่งเฉิงกับพี่เลี้ยง อยู่ดีๆก็มีคนบ้าวิ่งมาฟัน แต่เคราะห์ดีนางไม่เสียชีวิต เหลือแต่รอยแผลดังกล่าว
เว่ยกู้ได้ยินดังนั้นก็ตกใจเป็นอย่างมาก และเชื่อในคำพูดของชายชราดังกล่าว นับแต่นั้นเขาก็รักภรรยาของเขาอย่างยิ่ง
สุภาษิตนี้ แต่เดิมหมายถึง เทพเจ้าแห่งพรหมลิขิต ต่อมาใช้เรียกพวกแม่สื่อ
You must be logged in to post a comment Login