- ตั้งสติให้ดี “โลกนี้ มีเกิด มีตาย”Posted 1 month ago
- อย่าหาเรื่องอยู่ร้อน นอนทุกข์Posted 1 month ago
- โลกธรรมPosted 1 month ago
- อนุโมทนา คนพิการสู้ชีวิตPosted 1 month ago
- สลายความเกลียดชังPosted 1 month ago
- สู้ดีกว่าลาโลกPosted 1 month ago
- ใช้คาถาพระพยอมบ้างPosted 1 month ago
- เสียงชื่นชมดีกว่าเขาด่าPosted 1 month ago
- ต้องใช้ยาแรงกับคนขายชาติPosted 2 months ago
- บทเรียนผู้เห็นกงจักรเป็นดอกบัวPosted 2 months ago
วันอาชูรอ / โดย บรรจง บินกาซัน

คอลัมน์ : สันติธรรม
ผู้เขียน : บรรจง บินกาซัน
หลังจากนบีมูซา (โมเสส) นำลูกหลานอิสราเอลอพยพออกมาจากแผ่นดินอียิปต์ตามภารกิจที่พระเจ้าได้มอบหมายให้และข้ามทะเลแดงมาแล้ว พวกลูกหลานอิสราเอลต้องเร่ร่อนอยู่ในแผ่นดินซีนายที่ร้อนระอุทุรกันดารและดำรงชีวิตอยู่อย่างยากลำบากเป็นเวลาหลายปี
ก่อนหน้านี้ลูกหลานอิสราเอลเคยมีชีวิตความเป็นอยู่ที่สุขสบายและมีตำแหน่งหน้าที่ใหญ่โต เมื่อนบียูซุฟ (หรือโยเซฟ) เป็นผู้ปกครองอียิปต์ เนื่องจากนบียูซุฟเป็นบุตรของยะกู๊บ (หรือยาโกบ) และยะกู๊บเป็นหลานของนบีอิบรอฮีม (อับราฮัม) ลูกหลานอิสราเอลจึงใช้คำสอนของนบีอิบรอฮีมเป็นกฎระเบียบหรือกฎหมายในการปกครองสืบต่อกันมา คัมภีร์กุรอานเรียกคำสอนของนบีอิบรอฮีมที่ถูกบันทึกไว้ว่า “ศุฮุฟ”
แต่หลังสมัยของนบียูซุฟ พวกลูกหลานอิสราเอลประพฤติตัวออกนอกลู่นอกทาง ละเมิดศีลธรรมและคำสั่งของพระเจ้า ในที่สุดพวกลูกหลานอิสราเอลได้ถูกพระเจ้าลงโทษด้วยการถูกโค่นอำนาจการปกครองโดยชาวพื้นเมืองอียิปต์และตกเป็นทาสราชวงศ์ฟาโรห์อย่างยาวนาน
ประวัติศาสตร์บันทึกไว้ว่า พวกลูกหลานอิสราเอลที่อพยพออกมาจากอียิปต์นั้นมีจำนวนนับแสนคน การมีคนอยู่ร่วมกันจำนวนมากมายเช่นนี้จำเป็นต้องมีกฎหมายในการอยู่ร่วมกัน ดังนั้น ในระหว่างที่นบีมูซานำพวกลูกหลานอิสราเอลเร่ร่อนอยู่ในทะเลทราย พระเจ้าได้เรียกเขาขึ้นไปรับคัมภีร์เตารอต (หรือโตราห์) เพื่อนำมาใช้เป็นกฎหมายในการจัดระเบียบสังคม
นบีมูซาได้ขึ้นไปบนภูเขาซีนายตามคำบัญชาของพระเจ้า แต่เนื่องจากคำบัญชาของพระเจ้าเป็นเหมือนกับน้ำทิพย์จากฟากฟ้าที่ใสสะอาด และตัวมนุษย์เป็นเหมือนแก้วที่รับน้ำทิพย์ แก้วที่จะรับน้ำทิพย์จึงต้องใสสะอาด หากแก้วขุ่นมัวหรือเปรอะเปื้อน แม้จะใส่น้ำทิพย์ที่ใสสะอาดอย่างไร คนที่จะดื่มน้ำทิพย์นั้นอาจลังเลหรือไม่รับ
ด้วยเหตุนี้พระเจ้าจึงสั่งนบีมูซาให้ถือศีลอด 30 วัน และต่ออีก 10 วันเพื่อเป็นการชำระตัวตนของนบีมูซาก่อนจะรินน้ำทิพย์เตารอตให้
นบีมูซาถือศีลอดด้วยการงดเว้นการกินและการดื่มเป็นเวลาทั้งวันทั้งคืน เมื่อดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้าจึงละศีลอดด้วยการกินและดื่ม หลังจากนั้นก็ถือศีลอดต่อ การปฏิบัติของนบีมูซาเช่นนี้มีพวกลูกหลานอิสราเอลน้อยคนที่สามารถปฏิบัติตามได้ จึงละทิ้งการถือศีลอดกันจนเหลือเพียงวันเดียว
เมื่อนบีมุฮัมมัดอพยพจากมักก๊ะฮฺไปยังมะดีนะฮฺ การถือศีลอดในเดือนรอมฎอนยังไม่ได้ถูกกำหนดสำหรับมุสลิม ท่านนบีมุฮัมมัดเห็นพวกลูกหลานอิสราเอลในเมืองมะดีนะฮฺถือศีลอดในวันอาชูรอ ซึ่งตรงกับวันที่ 10 เดือนมุฮัรฺรอมตามปฏิทินของชาวอาหรับ ท่านจึงถามถึงเหตุผลในการถือศีลอดในวันนั้น พวกลูกหลานอิสราเอลตอบว่า “วันนี้เป็นวันดี เพราะวันนี้พระเจ้าได้ช่วยโมเสสและลูกหลานอิสราเอลจากศัตรู (หมายถึงฟาโรห์) ดังนั้น โมเสสจึงถือศีลอดวันนี้เพื่อเป็นการขอบคุณพระเจ้า”
นบีมุฮัมมัดได้บอกพวกลูกหลานอิสราเอลว่า “ฉันใกล้ชิดโมเสสยิ่งกว่าพวกท่านอีก” และท่านได้ถือศีลอดวันนั้นและสั่งมุสลิมให้ถือศีลอดด้วยเช่นกัน ความจริงแล้วการถือศีลอดในวันนั้นมิใช่สิ่งแปลกใหม่สำหรับนบีมุฮัมมัด เพราะชาวอาหรับก่อนหน้าสมัยอิสลามจะเปลี่ยนผ้าคลุมก๊ะอฺบ๊ะฮฺในวันนั้น และจะถือศีลอดด้วยความเชื่อว่าเป็นการลบล้างบาปที่ตัวเองได้ทำไว้
อีกประการหนึ่ง การที่นบีมุฮัมมัดสั่งมุสลิมให้ถือศีลอดในวันที่ 10 อาชูรอก็เพราะนบีมุฮัมมัดให้ความเคารพการปฏิบัติของนบีมูซา ถ้าวันอาชูรอเป็นวันเฉลิมฉลองชัยชนะของนบีมูซาเหนือฟาโรห์ นั่นก็เป็นชัยชนะของสัจธรรมที่มาจากพระเจ้า มันก็เป็นสัจธรรมเดียวกันกับที่พระเจ้าประทานให้แก่ท่าน ดังนั้น ท่านจึงสั่งมุสลิมให้ถือศีลอดเพื่อรำลึกถึงเหตุการณ์ดังกล่าว
อย่างไรก็ตาม หลังจากนั้นไม่ถึงปีเมื่อพระเจ้ากำหนดข้อบังคับให้มุสลิมถือศีลอดในเดือนรอมฎอน การถือศีลอดในวันอาชูรอจึงไม่เป็นข้อบังคับสำหรับมุสลิม ใครไม่ถือก็ไม่บาป
ปีนี้ “วันอาชูรอ” ตามปฏิทินอิสลามตรงกับวันที่ 1 ตุลาคมที่ผ่านมา
You must be logged in to post a comment Login