วันศุกร์ที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2568

เรือนนี้.. ไม่ต้องยืมเพื่อน / โดย ทีมข่าวการเมือง

On February 12, 2018

คอลัมน์ : เรื่องจากปก
ผู้เขียน : ทีมข่าวการเมือง

การจัดกิจกรรม นัดรวมพลประชาชนอยากเลือกตั้ง ที่บริเวณสกายวอล์ค หน้าหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร ตรงข้ามห้าง MBK เพื่อเรียกร้องให้คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ลงจากอำนาจและจัดให้มีการเลือกตั้งโดยเร็วเมื่อวันที่ 27 มกราคมที่ผ่านมา ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจออกหมายเรียกผู้อยู่ในพื้นที่จำนวน 39 คน ซึ่งมีทั้งชาวบ้าน นักวิชาการ นักข่าว และนักศึกษา จึงเป็นที่มาของชื่อกลุ่ม “MBK39” โดยถูกตั้งข้อหาฝ่าฝืนคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 3/2558 ห้ามชุมนุมทางการเมืองเกิน 5 คนโดยไม่ได้รับอนุญาต หลายคนถูกตั้งข้อหามีความผิดยุยงปลุกปั่นตามกฎหมายอาญา มาตรา 116 และมาตรา 7 ชุมนุมใกล้เขตพระราชฐาน 150 เมตร

นอกจากนี้กลุ่ม “ฟื้นฟูประชาธิปไตย” ยังประกาศว่าจะไปชุมนุมกันอีกครั้งในวันเสาร์ที่ 10 กุมภาพันธ์ เวลา 16.00 น. ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย

อำนาจคือกฎหมาย

ข้อหาดังกล่าวไม่ใช่เรื่องแปลกในยุค คสช. แต่ที่ไม่ปรกติคือ หลังจากผู้ถูกหมายเรียกบางส่วนเดินทางมาตามนัดวันที่ 2 กุมภาพันธ์ เจ้าหน้าที่ตำรวจกลับบอกว่าจะฝากขังเลยและไม่ให้ประกัน ทางทนายความจึงทำหนังสือขอเลื่อนการรายงานตัว เพราะหมายเรียกกระชั้นชิด ทำให้เตรียมหาหลักทรัพย์เพื่อประกันตัวไม่ทัน ปรากฏว่านอกจากไม่มีเจ้าหน้าที่ตำรวจมารับหนังสือแล้ว ยังจะออกหมายเรียกรอบสองอีกด้วย ซึ่ง โบว์น.ส.ณัฏฐา มหัทธนา นักกิจกรรมด้านสิทธิมนุษยชน หนึ่งใน MBK39 ได้ตั้งคำถามว่าเป็นการอ้างเพื่อจะออกหมายจับหรือไม่

นอกจากนี้วันที่ 6 กุมภาพันธ์ “โบว์ ณัฏฐา” ได้ประกาศระดมทุนเงินประกันตัว MBK39 ซึ่งเดิมวางแผนไปดื่มกาแฟและจองห้องที่สมาคมผู้สื่อข่าวต่างประเทศเพื่อแถลงข่าว แต่ตำรวจ สน.ลุมพินีเรียกผู้บริหารสมาคมไปพูดคุยจนตัดสินใจไม่ให้ใช้สถานที่ ทำให้ต้องแถลงข่าวที่ลานจอดรถ ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ออกหมายเรียกครั้งที่สองบางคน โดยเพิ่มข้อหาขัดคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 3/2558

“โบว์ ณัฏฐา” กล่าวว่า การห้ามแถลงข่าวสะท้อนให้เห็นการใช้อำนาจของ คสช. ละเมิดสื่ออย่างชัดเจน ซึ่ง “โบว์ ณัฏฐา” เป็นสมาชิกของสมาคมผู้สื่อข่าวต่างประเทศด้วย ส่วนการระดมทุนครั้งนี้เพราะ พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ บอกผ่านสื่อว่า ตั้งใจจะฝากขังแน่ๆ ซึ่งผิดหลักการกฎหมาย เพราะกฎหมายทั่วโลกนั้นผู้ต้องหายังถือเป็นผู้บริสุทธิ์ แล้วจะตั้งข้อสันนิษฐานว่าจะหนีได้อย่างไรเมื่อไปรอรายงานตัวมาแล้ว กลุ่ม “MBK 39” จึงกังวลเรื่องการคัดค้านการประกันตัว เพราะเงินประกันตัวโดยรวมสูงกว่า 2 ล้านบาท

ขณะที่เพจเครือข่ายนักวิชาการเพื่อสิทธิพลเมือง (คนส.) ประกาศระดมนักวิชาการและระดมเงินเพื่อประกันตัว “MBK 39” เพื่อแสดงให้เห็นว่านักวิชาการพร้อมยืนเคียงประชาชนในการรักษาไว้ซึ่งสิทธิและเสรีภาพในทางการเมืองและหลักสิทธิมนุษยชน

วันที่ 8 กุมภาพันธ์ “โบว์ ณัฏฐา” เดินทางไปยื่นหนังสือถึงกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) เพื่อร้องเรียนให้ตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชนในประเด็น 1.เสรีภาพในการชุมนุมตามรัฐธรรมนูญและกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง 2.สิทธิบุคคลในกระบวนการยุติธรรม (right to fair trial) และ 3.การละเมิดเสรีภาพสื่อจากเหตุการณ์ที่สมาคมผู้สื่อข่าวต่างประเทศ

เอาผิดสนับสนุน We Walk

ปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชนและสิทธิเสรีภาพยังมีกรณีกลุ่มเกษตรกรบ้านดอยเทวดา ต.สบบง อ.ภูซาง จ.พะเยา ที่ประกอบด้วยชาวบ้านและนักศึกษาประมาณ 15 คน ทำกิจกรรมเดินมิตรภาพในพื้นที่ชุมชน ถือป้ายและอ่านแถลงการณ์ให้กำลังใจและสนับสนุนกิจกรรม “We Walk เดินมิตรภาพ ของเครือข่าย People GO network พร้อมกับเรียกร้องเรื่องกฎหมายสำหรับคนจน 4 ฉบับ ได้แก่ ธนาคารที่ดิน ภาษีในอัตราก้าวหน้า สิทธิชุมชน และกองทุนยุติธรรม โดยเดินเป็นระยะทาง 500 เมตรในหมู่บ้าน

ปรากฏว่าเจ้าหน้าที่ทหารได้แจ้งความดำเนินคดีรวม 14 ราย ในข้อหาฝ่าฝืนคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 3/2558 เรื่องการชุมนุมทางการเมือง ขณะที่บางคนให้เซ็นเอกสารการทำกิจกรรมและบางคนถูกเรียกไปสอบกลางดึก ทั้งที่ศาลปกครองมีคำสั่งคุ้มครองกิจกรรม We Walk มิให้กระทำการใดๆที่มีลักษณะเป็นการปิดกั้นขัดขวางการใช้เสรีภาพการชุมนุมจนถึงวันที่ 17 กุมภาพันธ์ เครือข่าย People GO network จึงแสดงความเสียใจต่อการกระทำของเจ้าหน้าที่

นอกจากนี้เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ยานนาวา ยังเชิญตัวนายธัชพงศ์ แกดำ นักกิจกรรมจากกลุ่มศูนย์ประสานงานเยาวชนเพื่อสังคมนิยมประชาธิปไตย (YPD) ที่แสดงละครใบ้เพียงคนเดียวในชื่อ “ปฏิบัติการขืนใจป้อม” ต้านโกงครั้งที่ 2 เพื่อประท้วงกรณี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ครอบครองนาฬิกาหรูและแหวนเพชรโดยไม่แจ้งแหล่งที่มาต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ที่สกายวอล์คแยกสาทร-นราธิวาส (สถานีรถไฟฟ้า BTS ช่องนนทรี)

โดยก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ กลุ่ม YPD 4 คน ได้แสดงศิลปะต้านโกงที่สกายวอล์ค BTS อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ใช้ชื่อการแสดงว่า “ตามใจป้อม” และถูกควบคุมตัวไปยัง สน.พญาไท มีการปรับเงิน 10,000 บาทก่อนได้รับการปล่อยตัว

ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนจึงขอเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่รัฐทั้งเจ้าหน้าที่ทหาร เจ้าหน้าที่ตำรวจ และบุคลากรที่เกี่ยวข้อง ยุติการดำเนินคดีต่อผู้ใช้เสรีภาพในการชุมนุมโดยสงบตามที่รัฐธรรมนูญและพันธกรณีระหว่างประเทศรับรองทุกกรณี ทั้งเรียกร้องให้รัฐไทยเคารพการใช้สิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมืองของประชาชน ตลอดจนยอมรับว่าสิทธิดังกล่าวเป็นสิทธิที่จำเป็นและต้องสามารถกระทำได้บนวิถีทางแห่งการปกครองในระบอบประชาธิปไตย

กลุ่มหนุน บิ๊กป้อมแค่ปรับ3,000

การใช้คำสั่ง คสช. อย่างเข้มข้นกับผู้ชุมนุมเรียกร้องประชาธิปไตยกลุ่มต่างๆดูเหมือนจะแตกต่างสิ้นเชิงกับกลุ่มที่ชุมนุมสนับสนุน พล.อ.ประวิตร (1 กุมภาพันธ์) เพราะพนักงานสอบสวนแจ้งแค่ข้อหาความผิดการชุมนุมเกิน 5 คนโดยไม่ได้รับอนุญาตตามคำสั่ง คสช. ที่ 3/2558 และชุมนุมในเขตพื้นที่ห่างไม่เกิน 150 เมตรจากเขตพระราชฐาน ตามมาตรา 7 ซึ่งมีอัตราปรับไม่เกิน 10,000 บาท โทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน

มีรายงานข่าว (5 กุมภาพันธ์) ว่า พนักงานสอบสวนได้นำตัวผู้ต้องหาไปส่งฟ้องศาลแขวงดุสิตเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย ซึ่งศาลได้มีคำพิพากษาว่าจำเลยทำผิดตามฟ้อง ลงโทษปรับ 6,000 บาท รับสารภาพเป็นประโยชน์ ลดกึ่งหนึ่งเหลือ 3,000 บาท ซึ่งการดำเนินคดีไม่มีอะไรซับซ้อน ผิดกับการดำเนินคดีกับกลุ่มที่อยู่ตรงข้ามอำนาจรัฐ เช่น กลุ่ม MBK39 กลุ่ม “We Walk เดินมิตรภาพ” หรือกลุ่มต่างๆที่แสดงความเห็นอย่างสงบและสันติ

คนเดียวอยู่ไม่ได้ต้องอยู่ด้วยกันทั้งหมด

การชุมนุมสนับสนุน พล.อ.ประวิตรยิ่งทำให้เป็นประเด็นร้อนทางการเมืองมากยิ่งขึ้น เนื่องจากหลังจากผลสำรวจทุกโพล ประชาชนเกือบ 100% ต้องการให้ พล.อ.ประวิตรลาออก แต่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. กลับแสดงท่าทีชัดเจนระหว่างการประชุม ครม.สัญจรว่าไม่มีรัฐมนตรีคนใดต้องออก ใครต้องออกไปออกมา มันวุ่นกันไปหมด ต้องอยู่ด้วยกัน ทั้งกล่าวกับชาวบ้านที่ตราดว่า อย่ารักผมคนเดียว รักรองนายกรัฐมนตรี รักรัฐมนตรี วันนี้มาทั้ง ครม. ประยุทธ์คนเดียวอยู่ไม่ได้ ต้องอยู่ด้วยกันทั้งหมดนี่แหละ

ขณะที่ พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม กล่าวถึง พล.อ.ประวิตรว่า “ผมไม่ได้บอกว่า พล.อ.ประวิตรจะไม่ลาออก แต่บอกว่าท่านจะทำงานต่อไปอย่างมั่นคงและหนักแน่น” โดยกองทัพยังเป็นเอกภาพและมีความเป็นหนึ่งเดียวกันที่จะทำหน้าที่หลักประกันความมั่นคงของประเทศเคียงข้างประชาชน

กรณี “นาฬิกาเพื่อน” ยิ่งเป็นประเด็นร้อนขึ้นไปอีก เมื่อเฟซบุ๊ค เฮดเอค_เสต็นซิล (Headache Stencil) ศิลปินเจ้าของผลงานกราฟิตี้ “นาฬิกาเพื่อน” ที่พ่นรูปบริเวณสะพานลอยย่านสุขุมวิทรูปนาฬิกาปลุกโบราณ บนหน้าปัดเป็นรูปใบหน้า พล.อ.ประวิตร ได้โพสต์ว่า ถูกเจ้าหน้าที่นอกเครื่องแบบเฝ้าที่คอนโดฯตลอด 24 ชั่วโมง จึงเรียกร้องให้ส่งหมายเรียกตามที่อยู่บนหน้าบัตรประชาชนแล้วจะไปตามหมายเรียกพร้อมทนาย

ขณะที่ขบวนล้อการเมืองในงานฟุตบอลประเพณีจุฬาฯ-ธรรมศาสตร์ มีหุ่นชายร่างใหญ่สวมเสื้อฮาวายสวมแหวนและนาฬิกามากกว่า 1 เรือน นั่งอยู่บนฐานที่มีภาพรถถังและเรือดำน้ำ สะท้อนการล้อเลียนผู้มีอำนาจอย่างชัดเจนโดยไม่ต้องเอ่ยชื่อว่าเป็นใคร

“บิ๊กป้อม” อยู่ต่อดูบอลโลกสบายใจ (เกี่ยวกันตรงไหน?)

กรณี “นาฬิกาเพื่อน” ยิ่งเป็นข่าว (ฉาว) เมื่อมีการรณรงค์จากผู้ใช้นามแฝงว่า Anonymous@Thailand ผ่านเว็บไซต์ change.org โดยให้ลงชื่อสนับสนุน พล.อ.ประวิตรอยู่ในตำแหน่งต่อเพื่อความมั่นคงของประเทศและฟุตบอลโลก 2018 พร้อมกับตั้งคำถามว่า 1.คสช. บริหารประเทศมา 3 ปีกว่า บ้านเมืองสงบเรียบร้อยดีหรือไม่?? 2.ประเด็นนาฬิกาของ พล.อ.ประวิตรทำให้บ้านเมืองวุ่นวายหรือไม่?? 3.ขณะนี้ พล.อ.ประวิตรได้ส่งเอกสารชี้แจงข้อเท็จจริงเรื่องนาฬิกาไปให้ ป.ป.ช. พิจารณาแล้ว เราควรจะรอผลการพิจารณาของ ป.ป.ช. ก่อนไหม? และ 4.เราอยากดูบอลโลกอย่างสบายใจเหมือนชาวโลก?

ปรากฏว่ามีผู้ร่วมลงชื่อสนับสนุนเป็นจำนวนกว่า 16,000 รายชื่ออย่างรวดเร็ว ก่อนที่ทางเว็บไซต์ change.org จะตรวจสอบและพบว่ามีการลงชื่อจากเครื่องคอมพิวเตอร์ที่มีหมายเลข  IP เดียวกัน จึงได้ปรับลดจำนวนตัวเลขผู้สนับสนุนลงมาอยู่ที่ 250 คน โดยอ้างอิงข้อมูลตามระบบการป้องกันตรวจสอบ ส่วนตัวเลขเมื่อเวลา 07.30 น. วันที่ 6 กุมภาพันธ์ มีผู้สนับสนุนไม่ถึง 600 คน ต่างกันลิบลับกับการรณรงค์ว่าอยากให้ พล.อ.ประวิตรลาออกตามที่พูดหรือไม่ของ ทิชา ณ นคร ที่มีผู้ร่วมสนับสนุนแล้วถึง 65,913 รายชื่อ

นางทิชากล่าวถึงการรณรงค์ครั้งนี้ว่า “เราไม่ได้ไล่เพราะคุณชื่อประวิตร เราไม่ได้ไม่ต้องการคุณเพราะคุณชื่อประยุทธ์ แต่ว่าพฤติกรรมของคุณในฐานะที่เป็นผู้นำบ้านนำเมืองมันไม่ใช่ มันต้องแยกให้ออก มันไม่ใช่เรื่องส่วนตัว มันไม่ใช่เรื่องที่คุณทำอะไรในฐานะที่คุณเป็นเจ้าของบ้านหลังเล็กๆหลังหนึ่งในครอบครัวของคุณ มันไม่ใช่ประเด็นนั้น”

ถูกถาม.. ใครโหวตช่วยนาย?

นอกจากนี้เพจ CSI LA ซึ่งรณรงค์ว่าอยากให้ พล.อ.ประวิตรลาออกหรือไม่ ยังพบความผิดปรกติว่ามีคนต้องการให้ พล.อ.ประวิตรอยู่ต่อถึง 8,000 คน หรือ 53% ของผู้ออกความเห็นทั้งหมด ซึ่งเพจ CSI LA จับได้ว่าเอาเวลาราชการอย่างน้อย 3 ชั่วโมงมากดโหวต ปรับเป็นเวลาไทยน่าจะเป็นเวลา 17.00-20.00 น. จึงโพสต์ในเพจว่า

ผู้บังคับบัญชาทหารคงจะลืมไปนะครับว่า ผมเองเป็นนักวิทยาศาสตร์ ข้อมูลและระบบที่ผมสร้างขึ้นสามารถตรวจสอบได้ว่าใครกดซ้ำๆกันจาก IP เดียวกัน เวลาไหน เมื่อไร จะระบบโหวตทั้งทีทำให้เนียนหน่อยสิครับ สมัยนี้เป็นสมัย Thailand 4.0 เเล้ว

ขณะที่ พล.ท.คงชีพกล่าวถึงเฟซบุ๊คเพจ CSI LA ที่โพสต์บุคคลที่อ้างถึงทหารว่า ไม่รู้ว่าเฟซบุ๊คเพจ CSI LA เป็นใคร และไม่รู้ว่าเจตนาที่บริสุทธิ์คืออะไร การกล่าวหาว่าทหารโกงผลโหวต ตนยืนยันว่ากระทรวงกลาโหมไม่มีนโยบายดังกล่าวและไม่ได้มีการสั่งการใดๆในเรื่องนี้ ทุกอย่างต้องดูข้อเท็จจริง เราก็ไม่รู้ว่าคนที่อ้างตัวว่าเป็นทหารนั้นมีตัวตนจริงหรือไม่ หรือเป็นเพียงความคิดเห็นส่วนตัวของทหารบางคนจนทำให้ทหารส่วนใหญ่ได้รับความเสียหาย

ทั้งนี้ ทหารทุกคนมีเกียรติ มีศักดิ์ศรี อีกทั้งประชาชนจำนวนมากก็เคยผ่านการเป็นทหาร เชื่อว่าทุกคนมีอุดมการณ์เดียวกันคือ ทำงานเพื่อส่วนรวม ทหารในอีกฐานะหนึ่งก็คือประชาชน เรามีครอบครัว เราก็เป็นประชาชนคนหนึ่ง ทหารเป็นหนึ่งเดียวกับประชาชน มีสิทธิเหมือนประชาชน ถ้ามีการสั่งการแบบนั้นจริง ยอดคนโหวตน่าจะสูงกว่านี้ เพราะทหารทั้งประเทศมีกว่า 300,000 คน

ประชาธิปไตยไทยระบม

การเคลื่อนไหวของกลุ่มเรียกร้องประชาธิปไตย ไม่ว่าจะเร่งให้เลือกตั้งเพื่อคืนอำนาจให้ประชาชน หรือเรียกร้องสิทธิต่างๆของผู้ชุมนุม ผนวกกับความล้มเหลวในการสร้างความปรองดองและแก้ปัญหาปากท้องของประชาชน ล้วนปฏิเสธไม่ได้ว่าเป็นปัญหาที่สะสมมาเกือบ 4 ปี ภายใต้การบริหารประเทศของรัฐบาล คสช. จึงไม่แปลกที่ผลสำรวจทุกสำนักระบุว่า ประชาชนกังวลการเลือกตั้งที่ไม่แน่นอนและปัญหาการทุจริตคอร์รัปชัน ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ได้กล่าวระหว่างประชุม ครม.สัญจรล่าสุด แต่พยายามพูดไม่ให้ผูกมัดตัวเองเหมือนที่ผ่านมาว่า

“เมื่อไรก็เมื่อนั้น คือวันเลือกตั้งเป็นไปตามกระบวนการของกฎหมาย ซึ่งกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ 2 ฉบับคือ กฎหมายที่ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. และที่มาของ ส.ว. ยังอยู่ในกระบวนการ เมื่อทุกอย่างพร้อม ทุกฝ่ายพร้อม ก็เลือกตั้ง

น.ต.ประสงค์ สุ่นศิริ ได้เขียนในคอลัมน์ ประสงค์พูด กล่าวถึงอำนาจที่ได้มาจากการรัฐประหารว่า ไม่ใช่คำตอบว่าจะอยู่ได้นานหรือไม่นาน เพราะแท้จริงแล้วอำนาจนั้นต้องอยู่ที่ประชาชนเชื่อถือด้วย ถ้าประชาชนไม่เชื่อถือแล้ว ไม่ว่าใครก็อยู่ไม่ได้ทั้งสิ้น เฉพาะอย่างยิ่งอยู่ที่หมู่คณะของตนด้วยว่าเป็นอย่างไร ได้รับความเชื่อถือในความซื่อสัตย์สุจริตมากน้อยแค่ไหนจากประชาชน มีจิตใจเสียสละในการทำงานให้เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวมอย่างจริงจังมากน้อยแค่ไหน ประชาชนเขาสงสัยในเรื่องความซื่อสัตย์สุจริตของผู้คนในหมู่คณะที่ร่วมกันบริหารบ้านเมืองขณะนี้ก็ต้องชี้แจงให้เขาหายสงสัย โดยเฉพาะผู้เป็นหัวแถวของหมู่คณะด้วยแล้ว ยิ่งต้องเป็นตัวหลักในการจัดการแก้ไขกับข้อสงสัยดังกล่าวให้กระจ่างโดยเร็วที่สุด

น.ต.ประสงค์ยังกล่าวถึง ประชาธิปไตยไทยนิยมว่า ไม่เคยมีรัฐธรรมนูญฉบับไหนที่บอกไว้ เห็นแต่การใช้อำนาจบริหารบ้านเมืองมาร่วม 4 ปีเต็ม ประเทศไทยตกอยู่ในรูปแบบของ ประชาธิปไตยไทยระบมมากกว่า ผู้คนในบ้านเมืองส่วนใหญ่ยังตกอยู่ในสภาพของความระทมขมขื่นในการดำรงชีวิต ทั้งทางด้านการประกอบอาชีพและการดำรงอยู่ในชีวิตประจำวันที่เต็มไปด้วยความยากลำบากมากขึ้น ทั้งๆที่รัฐธรรมนูญไม่ว่าฉบับไหนที่ผ่านมาของบ้านเราเขียนบอกให้รู้ว่า “อำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชนชาวไทย” แต่ในความเป็นจริงแล้วไม่เคยเป็นจริงอย่างที่เขียนไว้ เพราะมีคนเอาอำนาจของประชาชนไปใช้ตามใจชอบของตนตลอดเวลา โดยเฉพาะในยุคของอำนาจปืน การมีส่วนร่วมของประชาชนจริงๆมองแทบไม่เห็น เพราะถูกจำกัดด้วยข้อห้ามตามคำสั่งที่เขียนเองเออเองว่าต้องปฏิบัติอย่างโน้นอย่างนี้ ขัดขืนไม่ได้ ด้วยเหตุผลง่ายๆเพียงว่า บ้านเมืองยังไม่สงบเรียบร้อย เมื่อเป็นอย่างนี้ประชาธิปไตยไทยจะไม่ระบมได้อย่างไร

กุญแจมือ..ไม่ต้องยืมเพื่อน

ขบวนล้อการเมืองงานฟุตบอลประเพณีจุฬาฯ-ธรรมศาสตร์ที่ไฮไลท์เป็นหุ่นล้อสังคมและการเมืองคือ หุ่นฉีกรัฐธรรมนูญออกมาเป็น นายกฯคนนอกและ ยักษ์นนทกที่มีนิ้วเพชร ทำให้มีอำนาจและวาสนายิ่งใหญ่เหนือเทวาแต่กลับบ้าอำนาจ สุดท้ายนิ้วเพชรก็ชี้ตัวเองตาย ขณะที่การจัดกิจกรรม “นัดรวมพลประชาชนอยากเลือกตั้ง” กลุ่ม BMK 39 หรือกิจกรรม We Walk เดินมิตรภาพ ล้วนสะท้อนปัญหาที่หมักหมมมาเกือบ 4 ปีของ คสช. ที่ไม่มีอะไรเป็นรูปธรรม ทั้งการปฏิรูปประเทศ การสร้างความปรองดอง การแก้ปัญหาเศรษฐกิจ การเลือกตั้ง และปัญหา “นาฬิกาเพื่อน” ที่ทำให้การปราบโกงเป็นแค่วาทกรรมและเลือกปฏิบัติ

แม้แต่กระบวนการยุติธรรมปรกติตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำภายใต้รัฐบาลรัฐประหารก็ถูกตั้งคำถามถึงความเป็นธรรม โปร่งใส และเท่าเทียมกันจริงหรือไม่ เพราะหลายคดีปรากฏว่าเจ้าหน้าที่รัฐดำเนินการกับผู้ถูกกล่าวหาแต่ละฝ่ายแตกต่างกัน

ล่าสุดที่เป็นข่าวดังสะท้านป่าคือ กรณีนายเปรมชัย กรรณสูตร ประธานบริหาร บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) ลักลอบเข้าพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรและถูกจับได้คาหนังคาซากสัตว์ป่าคุ้มครองและอาวุธปืน ไม่ว่าจะเป็นซากเสือดำถูกชำแหละถลกหนัง ไก่ฟ้าหลังเทา และซากเนื้อเก้ง ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ให้ประกันตัวด้วยหลักทรัพย์ 150,000 บาท ที่สำคัญยังมีคลิปเผยแพร่หลังการจับกุมถึงเจ้าหน้าที่ที่จับกุมว่า เดี๋ยวให้ผู้ใหญ่มาคุย กฎหมายก็มีช่อง ทั้งการเดินเข้าเขตป่าก็ยังมีวิทยุให้ อำนวยความสะดวกคณะท่องเที่ยว เพราะเป็นแขกของนาย อีกด้วย

แตกต่างสิ้นเชิงกับกลุ่ม MBK39 ที่ถูกกล่าวหาข้อหาขัดคำสั่ง คสช. ชุมนุมเกิน 5 คน พ.ร.บ.ชุมนุมใกล้พื้นที่เขตพระราชฐาน และเพิ่มข้อหาร้ายแรงว่ายุยงปลุกปั่นตามมาตรา 116 ทั้งที่เป็นเพียงการใช้เสรีภาพในการชุมนุมโดยสงบตามรัฐธรรมนูญ แต่กลับถูกกระทำเหมือนเป็นอาชญากรร้ายแรง แม้แต่การประกันตัวก็ยังมีความพยายามที่จะสร้างเงื่อนไขต่างๆ ขณะที่ม็อบเชียร์ พล.อ.ประวิตรที่มีข้อหาขัดคำสั่ง คสช. ชุมนุมเกิน 5 คน และ พ.ร.บ.ชุมนุมใกล้พื้นที่เขตพระราชฐาน ถูกศาลสั่งปรับ 6,000 บาท รับสารภาพลดเหลือ 3,000 บาท

สถานการณ์บ้านเมืองภายใต้รัฐประหารที่มีอำนาจจากปลายกระบอกปืนในยุครัฐราชการและกลุ่มทุนผูกขาด ซึ่งผลประโยชน์ตกอยู่กับคนไม่กี่กลุ่ม ท่ามกลางกระบวนการยุติธรรมปรกติหรือองค์กรอิสระก็ถูกตั้งคำถาม ถูกวิพากษ์วิจารณ์มากมายเรื่องสองมาตรฐานและเลือกปฏิบัติ ทำให้ย้อนคิดถึงกลิ่นอายของการปฏิวัติของประชาชนเหมือนเหตุการณ์ 14 ตุลา และพฤษภา 2535 ที่การใช้อำนาจรัฐล้นเกินและไม่สามารถตรวจสอบได้

แม้จะคาดเดาได้ว่าการออกมาเรียกร้องให้มีการเลือกตั้งตามสัญญาและให้ คสช. ไม่สืบทอดอำนาจ จะไม่ทำให้ “ทั่นผู้นำ” และ คสช. สั่นคลอน เพราะกองทัพยังสนับสนุนเต็มที่ แต่เมื่อคะแนนนิยมลดลง ความเชื่อมั่นและความศรัทธาของประชาชนก็ย่อมเสื่อมถอย และเมื่อใดที่ประชาชนพร้อมใจกันทวงคืนอำนาจของตน ไม่ว่ารัฐบาลจะมาจากการเลือกตั้งหรือรัฐบาลที่มาจากรัฐประหารก็อยู่ไม่ได้ทั้งนั้น

การใช้อำนาจเป็นใหญ่และใช้อำนาจตามอำเภอใจที่อาจทำให้ประชาชนกลัวและไม่กล้าออกมาเรียกร้อง ย่อมไม่ใช่ความสงบสุขและมั่นคงที่แท้จริง

การที่ประชาชนออกมาทวงสิทธิเลือกตั้งตามที่ “ทั่นผู้นำ” สัญญา หรือเรียกร้องให้ดำเนินการกับการทุจริตคอร์รัปชันอย่างที่ประกาศเป็นวาระแห่งชาติ แต่ถูกตั้งข้อหาและจับกุมคุมขัง จึงเป็นวาทกรรมย้อนแย้งที่กำลังกลับมาทิ่มแทง “ทั่นผู้นำ” อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

กระบวนการยุติธรรมแบบไทยๆ ทั้งเลือกปฏิบัติและสองมาตรฐาน จึงเป็นเรื่องการใช้ กฎหมายที่มักจะทำ ย.ยักษ์หล่นหายอยู่เสมอๆ

ทำไมความยุติธรรมแบบ ไทยนิยม จึงพิลึกพิลั่นและพิเรนทร์ ทำไมเสนาบดีใหญ่ยืมนาฬิกาเพื่อน (ตาย) มูลค่านับ 30 ล้านบาท ถือเป็นเรื่องส่วนตัว ทำไมนายตำรวจใหญ่ยืมเงินเพื่อนเสี่ยค้ากาม 300 ล้านบาทถือเป็นเรื่องปรกติ

แต่ทำไมประชาชนที่ออกมาเรียกร้องสิทธิเสรีภาพอย่างสันติ ทวงคืนอำนาจของตนเองที่ถูกปล้นไปแท้ๆ กลับถูกดำเนินคดีและได้รับการปฏิบัติเยี่ยงอาชญากรร้ายแรง?

หรือนี่คือระบอบประชาธิปไตย (ไทยนิยม) แบบไทยๆ

ทำไมถึงอยู่ยากขึ้นทุกวัน!!??


You must be logged in to post a comment Login

Казино левлучший портал для азартных игроков
Игровые автоматызахватывающая игра начинается сейчас
azino777испытай удачу прямо здесь
1win казинооткрой для себя мир азартных игр
Вулкан платинумавтоматы с высокой отдачей ждут тебя
Казино левгде выигрыши становятся реальностью
Игровые автоматыразвлекайся и выигрывай каждый день
азино три топоранаслаждайся адреналином от побед
Казино 1winкаждая игра — шаг к успеху
Вулкан россиятвой шанс на большой выигрыш
Казино левоснова азартного мастерства
Игровые автоматытоповые игры для каждого
Azino777только для настоящих ценителей риска
1win казинокайф от игры начинается здесь
Вулкан 24где каждый день приносит победы
Казино левновые высоты азартных эмоций
Игровые автоматыгде выигрыши реальны
азино три топорасамые горячие игры ждут
Казино 1winвыигрывайте с комфортом
Казино вулкан россияисследуй мир азартных автоматов
Казино левтвой источник азарта и выигрышей
Игровые автоматыискусство выигрыша ждет тебя
azino777почувствуй азарт и драйв
1win казиноидеальный выбор для азартных игр
Вулкан платинумиграй и побеждай с удовольствием
Казино левнаслаждайся азартом без границ
Игровые автоматылучшие призы ждут тебя
азино три топоратвоя игра начинается здесь
Казино 1winновые уровни азарта и удачи
Вулкан россияначни путь к победе прямо сейчас
Coco chat - Rejoignez nouvelles discussions enrichissantes sur Bed and Bamboo
Chatrandom - Discover exciting chats with new people on Bed and Bamboo
Chatrandom - Entdecke spannenUnterhaltungauf Bed and Bamboo
Chatrandom - Ontdek boeienchats op Bed and Bamboo
Coco chat - Partagez des moments uniques sur Hoodrich France
Chatrandom - Connect and chat on Hoodrich France
Chatrandom - Chatte mit der Hoodrich France Community
Chatrandom - Geniet van chats in Hoodrich France gemeenschap
Coco chat - Connectez-vous pour des échanges passionnants sur I’m Famous 51
Chatrandom - Meet and chat on I’m Famous 51
Chatrandom - Führe spannenGespräche auf I’m Famous 51
Chatrandom - Beleef gesprekkop I’m Famous 51
Coco chat - Discutez avec la communauté Quincaillerie Outillage Thollot
Chatrandom - Explore vibrant conversations at Quincaillerie Outillage Thollot
Chatrandom - Tritt spannendChats bei Quincaillerie Outillage Thollot bei
Chatrandom - Ga mee in boeiengesprekkbij Quincaillerie Outillage Thollot
Coco chat - Rejoignez TurboSystem pour discuter
Chatrandom - Engage in exciting chats at TurboSystem
Chatrandom - Genieße spannenChats bei TurboSystem
Chatrandom - Beleef chatplezier bij TurboSystem