- ตั้งสติให้ดี “โลกนี้ มีเกิด มีตาย”Posted 1 month ago
- อย่าหาเรื่องอยู่ร้อน นอนทุกข์Posted 1 month ago
- โลกธรรมPosted 1 month ago
- อนุโมทนา คนพิการสู้ชีวิตPosted 1 month ago
- สลายความเกลียดชังPosted 1 month ago
- สู้ดีกว่าลาโลกPosted 1 month ago
- ใช้คาถาพระพยอมบ้างPosted 1 month ago
- เสียงชื่นชมดีกว่าเขาด่าPosted 1 month ago
- ต้องใช้ยาแรงกับคนขายชาติPosted 1 month ago
- บทเรียนผู้เห็นกงจักรเป็นดอกบัวPosted 2 months ago
ยาประจำบ้าน / โดย ผศ.พญ.สมฤดี ฉัตรสิริเจริญกุล

คอลัมน์ : พบหมอศิริราช
ผู้เขียน : ผศ.พญ.สมฤดี ฉัตรสิริเจริญกุล
คนเราหากเจ็บป่วยเล็กน้อยมักจะพึ่งยาสามัญประจำบ้าน ถึงแม้จะมีประโยชน์ แต่ถ้าใช้ไม่ถูกก็เป็นอันตรายได้เช่นกัน
พาราเซตามอล เป็นยาลดไข้แก้ปวดที่ใช้กันมากที่สุด มีความปลอดภัย ไม่ระคายเคืองต่อกระเพาะอาหาร ไม่ควรใช้ยาเกิน 8 เม็ดต่อวัน ถ้าใช้ยาเกินขนาด เช่น มากกว่า 20 เม็ดต่อวัน จะเป็นพิษต่อตับ และทำให้ตับวาย อันตรายถึงชีวิตได้
คลอร์เฟนิรามีน เป็นยาที่ใช้ลดน้ำมูกใสๆ บรรเทาอาการแพ้ อาการคัน ยานี้จะทำให้ง่วงนอน จึงไม่ควรใช้ถ้าต้องขับรถหรือทำงานกับเครื่องจักรกลเพราะอาจเกิดอันตรายได้ การใช้ยาอาจทำให้คอแห้ง ใจสั่น หรือมีเสมหะเหนียวข้น ขับออกยาก ผู้ที่ไอและมีเสมหะจึงไม่ควรรับประทานยาชนิดนี้
ยาแก้ไอชนิดน้ำดำ ควรรับประทานตามเวลาที่กำหนดคือ วันละ 3-4 ครั้ง แต่ส่วนใหญ่มักใช้จิบเวลาไอ ซึ่งจะทำให้ได้รับทิงเจอร์ ฝิ่นมากเกินไป เกิดอาการง่วง มึนงง คลื่นไส้ ท้องผูก หากนำไปใช้กับผู้ที่ไอและมีเสมหะเหนียว หรือไอจากหลอดลมอักเสบ ปอดอักเสบ จะทำให้เสมหะเหนียวมากขึ้นและไปอุดกั้นทางเดินหายใจทำให้หยุดหายใจได้
ถ้าเป็นยาก่อนอาหารให้รับประทานในช่วงท้องว่างประมาณ 1 ชั่วโมง เพื่อให้ยาถูกดูดซึมและออกฤทธิ์ได้เต็มที่ ส่วนยาหลังอาหารโดยทั่วไปควรรับประทานหลังอาหารประมาณ 15-30 นาที ยกเว้นยาบางชนิดที่ทำให้เกิดการระคายเคืองต่อกระเพาะอาหารควรรับประทานหลังอาหารทันที สำหรับยาก่อนนอนควรรับประทานก่อนเข้านอนประมาณครึ่งถึงหนึ่งชั่วโมง จะช่วยให้ยาออกฤทธิ์ในช่วงกลางคืน
การใช้ยาควรใช้ให้ถูกโรค ถูกคน ถูกเวลา และถูกขนาด ตามที่แพทย์หรือเภสัชกรกำหนด ไม่ควรนำยาที่ตนเองเคยใช้ไปให้ผู้อื่นรับประทาน ซึ่งจะทำให้เกิดอันตรายจากการใช้ยาโดยไม่รู้ตัว
You must be logged in to post a comment Login