วันศุกร์ที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2568

ใครๆก็.. สนใจการเมือง

On September 27, 2018

คอลัมน์ : เรื่องจากปก

ผู้เขียน : ทีมข่าวการเมือง

(โลกวันนี้วันสุข  ประจำวันที่ 28 กันยายน – 5 ตุลาคม 2561)

“ผมสนใจการเมือง เพราะผมรักประเทศชาติของผม รักเหมือนกับที่คนไทยทุกคนรัก”

การเมืองคึกคักขึ้นมาทันทีหลังจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เอ่ยปาก (24 กันยายน) ว่า “สนใจการเมือง” แม้จะยังแทงกั๊กไม่ได้พูดเต็มปากว่าจะเล่นการเมืองหรือจะสนับสนุนใคร ทั้งยืนยันว่าจะไม่ลาออกจากนายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. “ออกเมื่อไรผมตัดสินใจเอง ออกทำไม ออกมาให้โดนด่าตั้งแต่วันนี้”

ที่น่าสนใจคือท่าทีของ พล.อ.ประยุทธ์เปลี่ยนไปทันทีหลังประกาศว่าสนใจการเมือง โดยให้สัมภาษณ์หลังเป็นประธานการประชุม คสช. และประชุม ครม. (25 กันยายน) ว่า ที่ประชุม คสช. หารือกันว่าจะทำอย่างไรให้การปฏิรูปประเทศและการปฏิบัติงานตามยุทธศาสตร์ชาติได้รับการสืบต่อในการทำงานวันข้างหน้าต่อไปได้ เพราะในวันข้างหน้าจะมีรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง และต้องพยายามทำในสิ่งที่ทำวันนี้ให้สามารถทำต่อเนื่องได้ แต่ไม่ได้หมายความว่าจะไปสืบทอดอำนาจอะไร

“ผมก็จำเป็นต้องควบคุมอารมณ์ของตัวเองให้ได้ โดยเฉพาะเรื่องทางการเมือง เพราะไม่เช่นนั้นเดี๋ยวผมตายก่อน ผมเครียดมากๆผมก็ตายเอง เพราะก็ไม่มีใครตายสักคน เพราะทุกคนมารุมผมอยู่คนเดียว แต่ผมก็รับได้”

โพลเชลียร์ “ตู่” ยังเป็นอันดับ 1

อย่างไรก็ตาม หลังการเปิดใจว่าสนใจการเมือง “ช่อง One 31” ได้ทำโพลจากผู้ชมโหวตว่าจะเลือกหรือไม่ “สมมุติว่า ‘บิ๊กตู่’ ลงเล่นการเมือง” ซึ่งปิดโหวตไปช่วงเวลา 13.20 น. วันที่ 26 กันยายนที่ผ่านมา ปรากฏว่ามีผู้โหวตทั้งสิ้นประมาณ 350,000 ราย โดยเลือก “บิ๊กตู่” 12% และไม่เลือกสูงถึง 88%

ไม่ต่างกับโพลของเว็บไซต์ข่าวสดและเนชั่นทีวี  ปรากฏว่ามีผู้สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์เล่นการเมืองประมาณ 12% แต่ไม่สนับสนุนกว่า 80%

ผลโหวตของสื่อ 3 ค่ายตรงข้ามกับผลสำรวจนิด้าโพล (23 กันยายน) หัวข้อ “ประชาชนอยากได้ใครเป็นนายกรัฐมนตรีคนต่อไป” ปรากฏว่า พล.อ.ประยุทธ์ยังมาเป็นอันดับ 1 ร้อยละ 29.66 อันดับ 2 คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ (พรรคเพื่อไทย) ร้อยละ 17.51 อันดับ 3 นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ (ว่าที่หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่) ร้อยละ 13.83 อันดับ 4 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ (หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์) ร้อยละ 10.71 และอันดับ 5 พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส (หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย) ร้อยละ 5.28

ที่น่าสังเกตคือความนิยมของ พล.อ.ประยุทธ์แม้จะเป็นอันดับ 1 มาตลอด แต่คะแนนลดลงอย่างต่อเนื่อง เพราะการสำรวจก่อนหน้านี้ (22 กรกฎาคม) พล.อ.ประยุทธ์ได้ร้อยละ 31.26 โพลเดือนพฤษภาคม พล.อ.ประยุทธ์ได้ร้อยละ 32.24

ขณะที่ความนิยมของนายธนาธรพุ่งขึ้นอย่างมาก โดยเดือนพฤษภาคมได้ร้อยละ 7.48 เดือนกรกฎาคมเพิ่มเป็นร้อยละ 13.83 ส่วนพรรคการเมืองที่ประชาชนอยากให้ได้คะแนนเสียงมากที่สุดและเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล ปรากฏว่าพรรคเพื่อไทยยังมาเป็นอันดับ 1 อย่างต่อเนื่อง อันดับ 2 พรรคพลังประชารัฐ อันดับ 3 พรรคประชาธิปัตย์ และอันดับ 4 พรรคอนาคตใหม่

ปลุกผีคอมมิวนิสต์ให้อนาคตใหม่

ล่าสุดมีการ “ปลุกผีคอมมิวนิสต์” กับพรรคอนาคตใหม่ โดยนายไพศาล พืชมงคล กรรมการผู้ช่วยรองนายกรัฐมนตรี (พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ) ได้โพสต์ข้อความลงบนเฟซบุ๊คส่วนตัว (23 กันยายน) ระบุว่า มีคนมาเล่าเกี่ยวกับความเคลื่อนไหวของพรรคอนาคตใหม่ว่า 1.กำลังพิจารณาประกาศนโยบายปลดล็อกกัญชาเพื่อใช้ในทางการแพทย์ 2.มีข่าวว่าสหายธง แจ่มศรี อดีตเลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย (พคท.) เข้าเป็นกุนซือพรรคแล้ว จึงเป็นพรรคที่มีหลักทฤษฎี “ว่าด้วยการสร้างพรรคการเมืองของประชาชน” ที่ชัดเจนที่สุด

3.พรรคอนาคตใหม่ได้จัดตั้งคณะกรรมการมวลชนขึ้นในทุกจังหวัดทั่วประเทศ ยกเว้นจังหวัดเล็กๆเพียง 3 จังหวัดซึ่งกำลังดำเนินการอยู่ 4.มีการลงพื้นที่ในทุกจังหวัดอย่างต่อเนื่อง ที่สำคัญคือความพยายามเข้าถึงกลุ่มคนรุ่นใหม่อายุ 18-25 ปี จำนวนเกือบ 10 ล้านคน ซึ่งมีพลังถึง 1 ใน 3 ของจำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้งครั้งหน้า ซึ่งโพลของสถาบันการศึกษา 19 สถาบัน ออกผลที่น่าตื่นตะลึงไม่น้อย และ 5.เตรียมแนวรบโซเชียลมีเดียและแนวรบสื่อครั้งใหญ่เพื่อการรณรงค์เลือกตั้ง

วนอยู่ในกะลา “ผีคอมมิวนิสต์”

หลังการโพสต์ของนายไพศาลได้เกิดปฏิกิริยาในโซเชียลมีเดียมากมาย เพราะเหมือนการ “วนอยู่ในกะลา” ย้อนกลับไปยุคเผด็จการอภิสิทธิ์ชนในอดีต ทั้งที่นายไพศาลเองก็มีข่าวว่าเป็นหนึ่งในผู้ที่เคยใกล้ชิดกับ พคท. รวมถึงข้อต่อความสัมพันธ์ระหว่างจีนแผ่นดินใหญ่กับรัฐบาลไทยหลายรัฐบาล

นายชำนาญ จันทร์เรือง ว่าที่รองหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ กล่าวถึงการโพสต์ของนายไพศาลกรณีสหายธงเป็นกุนซือพรรคอนาคตใหม่ว่า ไม่เป็นความจริง เพราะไม่มีว่าที่กรรมการบริหารพรรคหรือทีมงานคนใดในพรรคอนาคตใหม่ที่เคยเข้าร่วม พคท.

“คุณไพศาลไม่น่าใช้ประเด็นนี้มาโจมตีคนอื่น ทั้งที่ตัวเองเคยมีแนวคิดแบบสังคมนิยมและเคยทำงานด้านนี้ ผมมองว่าเป็นการเมืองน้ำเน่า เป็นการขุดผีคอมมิวนิสต์ขึ้นมา นี่มันสมัยไหนแล้ว”

นายชำนาญกล่าวถึงกรณีหากมีคนที่เคยเข้าร่วม พคท. หรือเคยฝักใฝ่ในลัทธิสังคมนิยมต้องการร่วมพรรคอนาคตใหม่จะยินดีต้อนรับหรือไม่ว่า พรรคมีกรอบนโยบายใหญ่ๆที่เรียกว่า 3 ป. คือ ปลดล็อก ปรับโครงสร้าง และเปิดโอกาส รวมถึงให้ความสำคัญกับหลักเสรีภาพ เสมอภาค ภราดรภาพ มองเรื่องสิทธิมนุษยชนและการเข้ามาตามระบอบประชาธิปไตยเป็นหลัก ดังนั้น ใครก็ตามที่ยอมรับในแนวทางนี้ก็ยินดีต้อนรับ ซึ่งพรรคจะทำไพรมารีสมาชิกแล้วยังจะทำไพรมารีนโยบายด้วย

ขณะที่นายสุจิตต์ วงษ์เทศ นักเขียนอาวุโส ได้เขียนกลอนการปลุกผีคอมมิวนิสต์ (25 กันยายน) หัวข้อ “โห่คอมมิวนิสต์” ว่า

“คอมมิวนิสต์ปลุกผีคอมมิวนิสต์ มุ่งปังปลิดฝ่ายตรงข้ามดูงามหน้า สงครามสมัยไร้กฎกติกา ถ่มน้ำลายรดฟ้าใส่หน้าตัว”

สาวไส้รัฐประหารบนเวทีโลก

การสมคบคิดเพื่อล้มล้าง “ระบอบทักษิณ” รวมถึงพรรคไทยรักไทยและพรรคเพื่อไทย ด้วยการรัฐประหารถึง 2 ครั้ง มีบางคนที่สำนึกผิดและออกมาขอโทษสังคม อย่างเช่นนายนคร มาฉิม อดีตสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ ล่าสุด นายเอกชัย อิสระทะ คณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชนภาคใต้ อดีตแกนนำพันธมิตรภาคใต้และผู้ชุมนุม กปปส. ออกแถลงการณ์ขอโทษการเข้าร่วมชุมนุม กปปส. ที่มีส่วนเป็นต้นเหตุให้เกิดการรัฐประหาร หลังจากถูกตั้งคำถามการเข้าร่วมกับพรรคสามัญชนและได้รับเลือกเป็นรองหัวหน้าพรรค “ผมขอโทษต่อพี่น้องที่เข้าไปมีส่วนร่วมในการเคลื่อนไหวครั้งนั้นนำพาไปสู่การรัฐประหาร”

ขณะที่นายธนาธรกล่าวสุนทรพจน์ในหัวข้อ “หัวเลี้ยวหัวต่อประชาธิปไตยไทย” บนเวที Concordia Summit การประชุมคู่ขนานของการประชุมสมัชชาใหญ่สหประชาชาติในนครนิวยอร์ก ซึ่งเวทีดังกล่าวมีนักการเมืองและบุคคลสำคัญระดับโลกจำนวนมากได้รับเชิญให้ขึ้นพูด เช่น อิวังกา ทรัมป์ บุตรสาวและที่ปรึกษาของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ และนายจอห์น ฮิคเกนลูเปอร์ ผู้ว่าการมลรัฐโคโลราโด ซึ่งกำลังจะลงสมัครประธานาธิบดีสหรัฐปี 2020 รวมถึงเจ้าหญิงแมรี มกุฏราชกุมารีเดนมาร์ก

นายธนาธรอธิบายถึงเหตุผลที่ไทยเป็นประเทศที่มีการรัฐประหารมากที่สุดในโลกว่า เกิดจากความพยายามที่จะแบ่งแยกและปกครอง สร้างความแตกแยกและเกลียดชังระหว่างประชาชนโดยใช้วาทะแห่งความเกลียดชัง การเมืองแห่งความกลัวและข่าวปลอม เพื่อให้คนไทยเข้าใจว่าความขัดแย้งเกิดจากความแตกแยกทางการเมือง เชื่อว่าประชาธิปไตยคือปัญหา และทหารคือวีรบุรุษที่เข้ามากอบกู้ประเทศ ทั้งที่ในความเป็นจริงการรัฐประหารซ้ำซากเกิดจากกลุ่มคนจำนวนน้อยนิดที่ผูกขาดผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ และมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับระบอบเผด็จการทหาร

นายธนาธรกล่าวว่า ท่ามกลางการเมืองที่ไม่มีทางออกนี้ พรรคอนาคตใหม่ถือกำเนิดขึ้น เป็นที่รวมของคนหลากหลาย ตั้งแต่ผู้นำแรงงาน องค์กรเยาวชน อาจารย์มหาวิทยาลัย นักธุรกิจ ข้าราชการ เพื่อสร้างการเมืองใหม่ที่สร้างสรรค์ สดใส และมีความหวังอีกครั้งในสังคมไทย อย่างไรก็ตาม การดำเนินการตามนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย เนื่องจากระบอบเผด็จการใช้อำนาจทำให้พรรคฝ่ายประชาธิปไตยอย่างอนาคตใหม่ไม่สามารถสื่อสารกับประชาชนได้อย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะผ่านสื่อกระแสหลักหรือโซเชียลมีเดีย พร้อมทั้งยกตัวอย่างว่าตนเองก็เพิ่งถูกตั้งข้อหาจากการวิพากษ์รัฐบาล คสช. ผ่านเฟซบุ๊คไลฟ์ แต่การทำเช่นนั้นก็ไม่มีผล เพราะไม่มีใครในพรรคย่อท้อหรือเกรงกลัว

20 ปีอำนาจนิยม

ขณะที่การเสวนาทิศทางการเมืองในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ “การเลือกตั้งนิยม ประชานิยม และอำนาจนิยม” กับกระบวนการการมีส่วนร่วมทางการเมืองไทย .ส.จันทรานุช มหากาญจนะ อาจารย์ประจำคณะรัฐประศาสนศาสตร์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) กล่าวว่า ปัจจุบันภาครัฐยังมีความพยายามรวบอำนาจไว้ที่ศูนย์กลาง ไม่ให้ความสำคัญและไม่ยอมกระจายอำนาจให้ประชาชนในท้องถิ่นมีส่วนร่วม มองว่ารัฐบาลอำนาจนิยมแม้จะมีข้อดีบ้างแต่ก็มีความอันตรายอย่างมากต่อประเทศ เพราะอำนาจอยู่ในมือของคนเพียงกลุ่มเดียว ไร้ซึ่งการตรวจสอบถ่วงดุลจากคนในสังคม และแม้การปกครองระบอบประชาธิปไตยอาจไม่ได้มีแต่ข้อดี แต่ก็เชื่อว่าระบอบประชาธิปไตยยังดีกว่าระบอบอำนาจนิยม

นายดันแคน แมคคาร์โก อาจารย์จากมหาวิทยาลัยลีดส์ สหราชอาณาจักร ระบุว่า จากการศึกษาพบว่าคนในเมืองมักไม่ค่อยให้ความสนใจกับสถานการณ์ทางการเมือง เห็นได้จากการออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งของคนในกรุงเทพฯที่รั้งท้ายของประเทศ ขณะที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือกลับชื่นชอบที่จะคุยเรื่องการเมืองมากกว่า พร้อมระบุว่าการเลือกตั้งในไทยที่จะมาถึงนี้อาจเป็นได้ทั้งความหวังและความน่ากลัว ความหวังคือมีการเลือกตั้งไปสู่อนาคต แต่ความน่ากลัวคือ หากเลือกตั้งแล้วประเทศไม่พัฒนาและกลับไปสู่จุดเดิมก็จะทำให้ 5 ปีที่ผ่านมาสูญเปล่า

ทั้งยังมองว่าตลอด 20 ปีที่ผ่านมาที่ประเทศไทยเผชิญกับความขัดแย้งทางการเมือง ก็ไม่ได้ทำให้การเมืองไทยมีพัฒนาการที่ดีขึ้น ตรงกันข้ามอาจส่งผลให้เกิดความขัดแย้งมากขึ้นด้วย

โปรดวางปืนก่อนเลือกตั้ง

นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รักษาการรองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณี พล.อ.ประยุทธ์ประกาศสนใจงานทางการเมืองว่า เป็นสิ่งที่ประชาชนสงสัยมาตั้งแต่ต้นอยู่แล้ว และน่าคิดว่า พล.อ.ประยุทธ์เริ่มสนใจงานทางการเมืองมาตั้งแต่เมื่อไร สนใจตั้งแต่สมัยเป็น ผบ.ทบ. หรือเพิ่งมาสนใจหลังการยึดอำนาจ 22 พฤษภาคม 2557 เพราะถ้าสนใจมาก่อนการยึดอำนาจ คำถามที่ว่าทำไมการก่อจลาจลชัตดาวน์ประเทศ ขัดขวางการเลือกตั้ง ฝ่ายความมั่นคงจึงเกียร์ว่าง รวมถึงหลังการยึดอำนาจก็ยังตั้งแกนนำม็อบที่มีคดีอุกฉกรรจ์มารับตำแหน่งสำคัญๆในรัฐบาลของ พล.อ.ประยุทธ์เอง

“ในสถานการณ์ปรกติรัฐบาลรักษาการก่อนการเลือกตั้งจะถูกควบคุมไม่ให้อนุมัติโครงการลงทุนขนาดใหญ่ ไม่โยกย้ายข้าราชการเพื่อเอาเปรียบหรือเป็นมือเป็นไม้ในการเลือกตั้ง แต่การเลือกตั้งครั้งหน้ากำลังจะมีขึ้นท่ามกลางดาบอาญาสิทธิ์มาตรา 44 ในมือ พร้อมการจัดวางเครือข่ายขุมกำลังองคาพยพ กองทัพ รวมทั้งข้าราชการพลเรือนหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ประกาศสนใจการเมืองอาจไม่แปลกมาก แต่การที่รัฐมนตรีเกือบครึ่ง ครม. และแกนนำรัฐบาลนัดกันมาประกาศสนใจการเมืองพร้อมๆกันในช่วงเวลาเดียวกันดูจะพิลึกอยู่ไม่น้อย”

นายอนุสรณ์กล่าวอีกว่า พล.อ.ประยุทธ์โชคดีและมีแต้มต่อมากกว่าคนไทยกว่า 60 ล้านคน ที่สนใจการเมืองแล้วสามารถเข้าสู่อำนาจได้ทันที แม้ช่วงต้นจะอ้างว่ามาเป็นกรรมการ แต่ตอนนี้คณะกรรมการเกือบทั้งคณะกำลังจะผันตัวเองไปเป็นผู้เล่นเสียเอง ประชาชนอาจจะอยากบอกผู้ถืออำนาจรัฐว่า ถ้าจะเข้าสู่การเมืองและการเลือกตั้งอย่างสง่างาม ขอให้วางปืนลง ปลดล็อกให้พรรคการเมือง เปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมทางการเมือง แล้วเข้าสู่การเลือกตั้ง ช่วยกันทำให้เป็นการเลือกตั้งที่เสรีและเป็นธรรมจะดีกว่า

ยัน “ตู่” ไม่ต้องออกจาก คสช.

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์สนใจงานการเมืองว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องส่วนตัว ไม่ใช่เรื่องแปลกประหลาดที่ใครจะสนใจเรื่องการเมือง และยังไม่จำเป็นต้องลาออกจากตำแหน่งนายกฯ ตามกฎหมายแม้ พล.อ.ประยุทธ์จะลงเล่นการเมืองก็ไม่จำเป็นต้องลาออกจากตำแหน่งหัวหน้า คสช. ขณะที่รัฐมนตรีคนอื่นๆหากจะไปร่วมงานทางการเมืองก็สามารถทำได้ เพราะไม่ได้ลงเลือกตั้ง

ผู้สื่อข่าวถามว่าจะทำให้กระแสสังคมมองไม่ดีหรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า ทุกคนมีตำแหน่ง ก็ต้องทำหน้าที่ของตัวเอง ทั้งหมดเป็นเรื่องของนายกฯ ไม่ใช่เรื่องของตน ส่วนตัวไม่สนใจการเมืองในลักษณะเช่นนั้น แต่สนใจที่จะทำงานแบบเดียวกับที่ทำอยู่ทุกวันนี้ ซึ่งถือว่าเป็นงานการเมืองเช่นกัน เมื่อถามว่าถ้า พล.อ.ประยุทธ์ได้เป็นรัฐบาลและเชิญกลับมาทำงานอีกครั้งจะมาหรือไม่ นายวิษณุปฏิเสธที่จะตอบคำถามดังกล่าว

12 ปีรัฐประหารเสียหาย 10.970 ล้านล้าน

นายอนุสรณ์ ธรรมใจ รองอธิการบดีฝ่ายวิจัยและบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยรังสิต กล่าวถึงผลกระทบจากรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 ในโอกาสครบรอบ 12 ปี และประเมินอนาคตเศรษฐกิจการเมืองไทยว่า ประเทศไทยได้สูญเสียโอกาสในการก้าวข้ามพ้นประเทศรายได้ระดับปานกลางสู่ประเทศพัฒนาแล้ว ความเสียหายทางเศรษฐกิจ โอกาสทางเศรษฐกิจ การลงทุน การค้า และโอกาสในการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนจะอยู่ที่ประมาณ 10.970 ล้านล้านบาท เทียบเท่ากับ 3.65 เท่าของเม็ดเงินงบประมาณปี 2562 เม็ดเงินดังกล่าวหากไม่เสียหายไปจากผลกระทบของการรัฐประหารและวิกฤตการณ์ทางการเมืองย่อมสามารถนำมาใช้พัฒนาประเทศได้โดยไม่ต้องเก็บภาษี ไม่ต้องก่อหนี้สาธารณะเป็นเวลา 3.65 ปี อัตราการขยายตัวเศรษฐกิจโดยเฉลี่ยในช่วง 12 ปีที่ผ่านมาลดต่ำลง และต่ำกว่า 4% โดยส่วนใหญ่

หากตั้งสมมุติฐานว่าไม่มีการรัฐประหาร 2 ครั้ง ไม่มีวิกฤตการณ์ทางการเมืองรุนแรงในรอบ 12 ปีที่ผ่านมา และอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจไทยโดยเฉลี่ยอยู่ที่ปีละ 5% ในช่วง 12 ปีที่ผ่านมา วิกฤตการณ์ทางการเมืองและการรัฐประหาร 2 ครั้งในทศวรรษที่ผ่านมา ทำลายภาพพจน์ของประเทศในฐานะประเทศที่มีประชาธิปไตยก้าวหน้าที่สุดในอาเซียน เป็นการเปิดประตูให้กับการใช้กำลังในการทำลายระบบนิติรัฐและกติกาสูงสุดอีกครั้งหนึ่งหลังจากที่ประเทศได้สถาปนาระบอบประชาธิปไตย พร้อมทั้งหลักการนายกรัฐมนตรีต้องมาจากประชาชนหลังเหตุการณ์พฤษภา 2535 และการได้มาซึ่งรัฐธรรมนูญฉบับประชาชนปี 2540

12 ปีหลังการรัฐประหาร ประเทศไทยมีนายกรัฐมนตรี 6 คน มีการเปลี่ยนแปลงรัฐบาลบ่อยครั้ง ทำให้ไม่สามารถปฏิรูปเศรษฐกิจและแก้ปัญหาในเชิงโครงสร้างเศรษฐกิจได้มากนัก รัฐบาลที่มาจากการรัฐประหาร 2 รัฐบาลในช่วง 12 ปีที่ผ่านมา จะสนองตอบกลุ่มที่สนับสนุนการรัฐประหารมากกว่าประชาชนโดยรวม จึงพบว่างบประมาณทหารปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างมากในยุครัฐบาลรัฐประหาร โดยรัฐบาลประยุทธ์มีการจัดสรรงบประมาณให้กระทรวงกลาโหมสูงกว่ารัฐบาลสุรยุทธ์อย่างมาก แม้จะเป็นรัฐบาลที่มาจากการรัฐประหารเหมือนกัน รัฐบาล คสช. ก่อหนี้ผูกพันในงบประมาณแผ่นดินไปจนถึงปี 2565 นอกจากนี้ยังมีงานวิจัยจำนวนมากบ่งชี้ว่าระบอบประชาธิปไตยมีการลงทุนในทรัพยากรมนุษย์ การศึกษา สาธารณสุข สูงกว่าระบอบเผด็จการ และสามารถรับมือวิกฤตการณ์ทางเศรษฐกิจได้ดีกว่าด้วย

แม้การรัฐประหารหลายครั้งในประเทศไทยจะไม่มีการสูญเสียชีวิตและเลือดเนื้อในช่วงการก่อรัฐประหาร แต่มักจะนำมาสู่ความรุนแรงนองเลือดในภายหลัง เช่น การรัฐประหารปี 2549 เป็นผลต่อเนื่องทำให้เกิดการชุมนุมทางการเมืองและนำมาสู่การปราบปรามผู้ชุมนุมในปี 2552 และ 2553 การรัฐประหารปี 2534 ทำให้ต่อมาเกิดเหตุการณ์เดือนพฤษภาปี 2535 ต่อต้านนายกรัฐมนตรีที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง ซึ่งเป็นแกนนำของคณะรัฐประหาร รสช. เป็นต้น แม้การรัฐประหารปี 2557 จะไม่มีความรุนแรงนองเลือด แต่หลังการรัฐประหารได้มีการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างกว้างขวาง มีประชาชนถูกดำเนินคดีและคุมขังจำนวนมากอย่างไม่เป็นธรรม

หากมีการสืบทอดอำนาจโดยไม่เป็นไปตามหลักการประชาธิปไตยหลังการเลือกตั้งในปี 2562 จะเกิดความเสี่ยงในการเกิดการเผชิญหน้าและความขัดแย้งทางการเมืองรอบใหม่ได้ และเราจะอยู่ในระบอบกึ่งประชาธิปไตยภายใต้การสืบทอดอำนาจของ คสช. หากกองทัพถอยออกจากการเมืองและมีความเป็นทหารอาชีพ ไม่เข้าแทรกแซงด้วยการก่อรัฐประหารอีก ปล่อยให้ปัญหาวิกฤตการณ์ทางการเมืองในอนาคตถูกแก้ไขโดยกลไกรัฐสภาและกระบวนการทางกฎหมาย ระบอบประชาธิปไตยย่อมมีความมั่นคงและเป็นรากฐานสำคัญต่อความรุ่งเรืองทางเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของประชาชน

คนกำลังเบื่อขี้หน้า

.ต.ประสงค์ สุ่นศิริ เขียนเตือนรัฐบาล คสช. อย่างต่อเนื่องในคอลัมน์ “ประสงค์พูด” (25 กันยายน) หัวข้อ “รู้บ้างไหมว่าผู้คนกำลังเบื่อขี้หน้า” โดยกล่าวตอนหนึ่งว่า

“ภาวการณ์ของบ้านเมืองเราขณะนี้เป็นภาวการณ์ที่มองไปทางไหนก็เห็นแต่ผู้คนส่ายหน้าด้วยความเบื่อหน่ายกับการทำงานของคนมีอำนาจที่ทำงานกันอย่างไม่เอาไหน โดยเฉพาะในการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนในชีวิตประจำวันของชาวบ้าน ซึ่งยังคงยากลำบากในการทำมาหากิน ชาวบ้านเคยดีใจและคิดว่าชีวิตของพวกเขาคงจะดีขึ้น แต่เวลาผ่านไปสี่ปีเต็ม ย่างเข้าปีที่ห้าในขณะนี้ของการบริหารจัดการของคนมีอำนาจ ปรากฏการณ์ที่เห็นไม่ผิดอะไรกับ “ขึ้นต้นเป็นมะลิซ้อน พอแตกใบอ่อนเป็นยอดกัญชา” ไปฉิบ เมากันไปทั้งบ้านเมือง”

ในตอนท้ายของบทความระบุว่า “บ้านเมืองมีความต้องการความเปลี่ยนแปลงให้ดีขึ้น จากความบอบช้ำเสียหายหลายอย่าง ถึงขั้นวิกฤตในหลายเรื่อง สิ่งดีงามทั้งหลายที่เคยมีอยู่ในวงสังคมและสั่งสมกันมาจากบรรพบุรุษ ที่ใช้อำนาจอย่างถูกต้อง เป็นธรรม เพื่อประโยชน์ส่วนรวมของบ้านเมือง แต่กำลังได้รับผลกระทบอย่างหนักจากคนที่มีความทะยานอยากในอำนาจเพื่อประโยชน์ตนและพวกพ้อง ความสามัคคีของผู้คนในบ้านเมือง แม้กระทั่งความถูกต้อง ชอบธรรม ความตรงไปตรงมาที่ต้องการ กลับดูจะห่างหายไปในขณะนี้

ใหญ่มากอยู่แล้วก็อยากจะใหญ่ต่อไปอีก ทะยานอยากในการสืบทอดอำนาจให้ยาวนาน  ขอบอกว่าทั้งหลายทั้งปวงที่พูดมาทั้งหมดในวันนี้ รู้บ้างไหมว่าผู้คนกำลังเบื่อขี้หน้า

ผมสนใจการเมือง

นายชำนาญ จันทร์เรือง ให้สัมภาษณ์กรณี พล.อ.ประยุทธ์ประกาศ “ผมสนใจการเมือง” ว่า “ไม่ใช่เรื่องผิดคาด ทราบอยู่แล้วว่าต้องเป็นแบบนี้ ขอตั้งข้อสังเกต 3 ข้อว่า 1.เป็นการเสพติดอำนาจ มีอำนาจอยู่แล้วจึงอยากมีอีก 2.อาจกลัวถูกเช็กบิล และ 3.อาจสองจิตสองใจเรื่องทำการเมืองต่อ แต่มีคนรอบข้างคอยยุยงให้ตัดสินใจเช่นนี้ ขอเตือน พล.อ.ประยุทธ์ว่า 80 เปอร์เซ็นต์ของผู้นำรัฐประหารทั่วโลก รวมถึงผู้นำรัฐประหารในไทยเกือบทุกคน มีจุดจบที่ไม่สวยงาม”

รศ.ดร.พวงทอง ภวัครพันธุ์ อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวถึงระบบการเมืองหลังการเลือกตั้งภายใต้รัฐธรรมนูญ 2560 ว่า “ถ้าเป็นรัฐบาลพลเรือนหลังการเลือกตั้งก็น่าจะเป็นสิ่งที่เรียกว่า Military Guarded Authoritarianism ซึ่งทหารจะปกป้องระบอบนี้ พูดง่ายๆ อำนาจในการรัฐประหารก็อยู่กับเขาอยู่ แต่เขาก็พอใจระดับหนึ่งที่อำนาจในการต่อรองเขายังมี เขาได้ในสิ่งที่เขาต้องการ จะมากจะน้อย แต่มันอาจจะแบบไม่ได้ง่ายอย่างที่เป็นอยู่ในยุค คสช. นี้ …ซึ่งไม่สามารถเรียกได้ว่าเป็นประชาธิปไตยเลยภายใต้รัฐธรรมนูญฉบับ 2560”

ผศ.ดร.พิชญ์ พงษ์สวัสดิ์ อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ลงเฟซบุ๊คส่วนตัวว่า “หัวหน้ารัฐประหารที่ชนะการเลือกตั้งหรือถูกเชิญมาเป็นรัฐบาลนี่ไม่น่ามีจุดจบที่ดีสักคน ยินดีมากครับที่จะมีคนมาลองอีกสักคน”

ใครๆก็.. “สนใจการเมือง”

การประกาศเริ่มต้นชีวิตการเมืองของ “ทั่นผู้นำ” ว่าสนใจการเมืองหลังจากเข้ามาสู่ตำแหน่งทางการเมืองจากการรัฐประหารและเป็นรัฐบาลที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งนานกว่า 4 ปี ไม่ว่าจะเป็นเพราะรักประเทศชาติ รักเหมือนกับที่คนไทยทุกคนรัก หรือเป็นเพราะชักจะติดใจในอำนาจที่เริ่มคุ้นชินก็ตาม ทั้งหมดไม่ใช่การเดินหน้าสู่การปฏิรูปการเมือง แต่เป็นการวนกลับสู่ “กะลาการเมือง” อย่างแท้จริง

การที่มีคนกลุ่มหนึ่งซึ่งเป็นเสียงส่วนน้อยของประเทศ แต่เสียงดังได้เพราะยึดกุมทั้งอำนาจทางการทหารและเศรษฐกิจ รวมถึงคนที่พอใจอยู่ในกะลา เพราะมีความมั่งคั่ง มั่นคง รวยกระจุกในพวกพ้องภายใต้ “ระบอบพิสดาร” อย่างต่อเนื่องยั่งยืนจากการสานต่ออำนาจเผด็จการสวมหน้ากากประชาธิปไตยแบบไทยๆ เป็นเรื่องที่ไม่ใช่จะปล่อยผ่านหรืออยู่กันไปวันๆได้อีกต่อไป

ถึงเวลาแล้วที่คนส่วนใหญ่ที่ฝันว่าจะได้อยู่ในสังคมประชาธิปไตย ซึ่งอำนาจเป็นของประชาชนและเพื่อประชาชนอย่างแท้จริง จะต้องเลือกทางของตนเองให้ชัดว่าจะเลือกอะไรระหว่าง “เผด็จการ” กับ “ประชาธิปไตย”

ระหว่าง “อำนาจปืน” กับ “อำนาจประชาชน” ถึงที่สุดแล้ว.. อะไรจะมีพลานุภาพมากกว่ากัน “อารยประเทศ” ได้พิสูจน์แล้ว เหลือแต่ “กะลาแลนด์” ที่กำลังลุ้นอนาคต!!??


You must be logged in to post a comment Login

Казино левлучший портал для азартных игроков
Игровые автоматызахватывающая игра начинается сейчас
azino777испытай удачу прямо здесь
1win казинооткрой для себя мир азартных игр
Вулкан платинумавтоматы с высокой отдачей ждут тебя
Казино левгде выигрыши становятся реальностью
Игровые автоматыразвлекайся и выигрывай каждый день
азино три топоранаслаждайся адреналином от побед
Казино 1winкаждая игра — шаг к успеху
Вулкан россиятвой шанс на большой выигрыш
Казино левоснова азартного мастерства
Игровые автоматытоповые игры для каждого
Azino777только для настоящих ценителей риска
1win казинокайф от игры начинается здесь
Вулкан 24где каждый день приносит победы
Казино левновые высоты азартных эмоций
Игровые автоматыгде выигрыши реальны
азино три топорасамые горячие игры ждут
Казино 1winвыигрывайте с комфортом
Казино вулкан россияисследуй мир азартных автоматов
Казино левтвой источник азарта и выигрышей
Игровые автоматыискусство выигрыша ждет тебя
azino777почувствуй азарт и драйв
1win казиноидеальный выбор для азартных игр
Вулкан платинумиграй и побеждай с удовольствием
Казино левнаслаждайся азартом без границ
Игровые автоматылучшие призы ждут тебя
азино три топоратвоя игра начинается здесь
Казино 1winновые уровни азарта и удачи
Вулкан россияначни путь к победе прямо сейчас
Coco chat - Rejoignez nouvelles discussions enrichissantes sur Bed and Bamboo
Chatrandom - Discover exciting chats with new people on Bed and Bamboo
Chatrandom - Entdecke spannenUnterhaltungauf Bed and Bamboo
Chatrandom - Ontdek boeienchats op Bed and Bamboo
Coco chat - Partagez des moments uniques sur Hoodrich France
Chatrandom - Connect and chat on Hoodrich France
Chatrandom - Chatte mit der Hoodrich France Community
Chatrandom - Geniet van chats in Hoodrich France gemeenschap
Coco chat - Connectez-vous pour des échanges passionnants sur I’m Famous 51
Chatrandom - Meet and chat on I’m Famous 51
Chatrandom - Führe spannenGespräche auf I’m Famous 51
Chatrandom - Beleef gesprekkop I’m Famous 51
Coco chat - Discutez avec la communauté Quincaillerie Outillage Thollot
Chatrandom - Explore vibrant conversations at Quincaillerie Outillage Thollot
Chatrandom - Tritt spannendChats bei Quincaillerie Outillage Thollot bei
Chatrandom - Ga mee in boeiengesprekkbij Quincaillerie Outillage Thollot
Coco chat - Rejoignez TurboSystem pour discuter
Chatrandom - Engage in exciting chats at TurboSystem
Chatrandom - Genieße spannenChats bei TurboSystem
Chatrandom - Beleef chatplezier bij TurboSystem