- ตั้งสติให้ดี “โลกนี้ มีเกิด มีตาย”Posted 1 month ago
- อย่าหาเรื่องอยู่ร้อน นอนทุกข์Posted 1 month ago
- โลกธรรมPosted 1 month ago
- อนุโมทนา คนพิการสู้ชีวิตPosted 1 month ago
- สลายความเกลียดชังPosted 1 month ago
- สู้ดีกว่าลาโลกPosted 1 month ago
- ใช้คาถาพระพยอมบ้างPosted 1 month ago
- เสียงชื่นชมดีกว่าเขาด่าPosted 1 month ago
- ต้องใช้ยาแรงกับคนขายชาติPosted 1 month ago
- บทเรียนผู้เห็นกงจักรเป็นดอกบัวPosted 1 month ago
“พาณิชย์”เผยเงินเฟ้อสูงขึ้นในอัตราชะลอตัวเป็นเดือนที่18

น.ส.พิมพ์ชนก วอนขอพร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึงดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไปหรืออัตราเงินเฟ้อเดือนธันวาคม 2561 ว่า ขยายตัวในอัตราชะลอตัวลงเป็นเดือนที่ 4 แต่ยังสูงขึ้นเป็นบวกร้อยละ 0.36 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่เป็นการขยายตัวเพิ่มขึ้นเป็นเดือนที่ 18 ทำให้เงินเฟ้อเดือนธันวาคมลดลง จากกลุ่มพลังงานที่ลดลงมาค่อนข้างมากตามตลาดโลก รองลงมาเป็นกลุ่มผักผลไม้บางชนิดที่ลดลงเล็กน้อยตามช่วงฤดูกาลเป็นหลัก
ทั้งนี้ ส่งผลให้อัตราเงินเฟ้อตลอด 12 เดือนหรือในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา มีอัตราเงินเฟ้อเฉลี่ยสูงขึ้นอยู่ที่ร้อยละ 1.07 ซึ่งเป็นไปตามกรอบที่กระทรวงพาณิชย์คาดการณ์ไว้ว่า อัตราเงินเฟ้อเฉลี่ยทั้งปี 2561 มีอัตราอยู่ที่ร้อยละ 0.8-1.6 หรือเฉลี่ยค่ากลางอยู่ที่ร้อยละ 1.2 แม้ว่าในช่วงปลายปีจะมีมาตรการกระตุ้นกำลังซื้อผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐบ้าง แต่ไม่ได้ทำให้เงินเฟ้อปรับเพิ่มมากนัก การที่เงินเฟ้อเพิ่มขึ้นในอัตราที่ชะลอตัวลง โดยเฉพาะในช่วง 2-4 เดือนที่ผ่านมา มาจากการลดลงของกลุ่มพลังงานลดลงร้อยละ 2.12 ราคาอาหารและเครื่องดื่มที่เพิ่มขึ้นส่วนใหญ่อยู่ในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑล ร้อยละ 0.90 ขณะที่กลุ่มสินค้าภาคการเกษตรมีทั้งปรับขึ้นตามฤดูกาลและมีสินค้าเกษตรบางตัวเพิ่มขึ้น เป็นต้น
น.ส.พิมพ์ชนกกล่าวว่า กระทรวงพาณิชย์ยังได้คาดการณ์เงินเฟ้อปี 2562 จะอยู่ที่ร้อยละ 0.7-1.7 โดยสมมุติฐานคาดการณ์จีดีพีของประเทศเฉลี่ยอยู่ที่ร้อยละ 3.5-4.5 ราคาน้ำมันเฉลี่ยอยู่ที่ 70-80 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล อัตราแลกเปลี่ยนอยู่ที่ 32.5-33.5 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ โดยเชื่อมั่นว่าไตรมาสแรกปี 2562 เงินเฟ้อจะขยับตัวสูงขึ้นอยู่ที่ร้อยละ 0.86 ไตรมาส 2 อยู่ที่ร้อยละ 0.98 ไตรมาส 3 อยู่ที่ร้อย 1.27 และไตรมาส 4 อยู่ที่ร้อยละ 1.81 โดยมีหลายปัจจัยหนุนในช่วงไตรมาสแรกจากมาตรการของภาครัฐสนับสนุนผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ และผลจากการเลือกตั้งที่มีการหาเสียงในช่วง 1-2 เดือนนี้ เป็นต้น
You must be logged in to post a comment Login