- ตั้งสติให้ดี “โลกนี้ มีเกิด มีตาย”Posted 1 month ago
- อย่าหาเรื่องอยู่ร้อน นอนทุกข์Posted 1 month ago
- โลกธรรมPosted 1 month ago
- อนุโมทนา คนพิการสู้ชีวิตPosted 1 month ago
- สลายความเกลียดชังPosted 1 month ago
- สู้ดีกว่าลาโลกPosted 1 month ago
- ใช้คาถาพระพยอมบ้างPosted 2 months ago
- เสียงชื่นชมดีกว่าเขาด่าPosted 2 months ago
- ต้องใช้ยาแรงกับคนขายชาติPosted 2 months ago
- บทเรียนผู้เห็นกงจักรเป็นดอกบัวPosted 2 months ago
“อนุพงษ์”สั่งผู้ว่าฯ14จังหวัดใต้รับมือพายุปาบึก

พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ประชุมด่วนวิดีโอคอนเฟอร์เรนซ์ไปยังจังหวัดเพชรบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และ14 จังหวัดใต้ เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือพายุโซนร้อนปาบึก หลังนายกรัฐมนตรีสั่งการในที่ประชุมคณะรัฐมนตรีกำชับหน่วยงานให้เน้นการเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์ภัยใน 3 เรื่อง ทั้งการเคลื่อนตัวของพายุ การเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์ภัย การวิเคราะห์สถานการณ์น้ำ และปัจจัยเสี่ยงเชิงพื้นที่ รวมถึงการเตรียมพร้อมปฏิบัติการในระดับพื้นที่ เพื่อให้เตรียมพร้อมรับการเผชิญเหตุและช่วยเหลือผู้ประสบภัยทันท่วงที อาทิ เรื่องไฟฟ้า และการระบายน้ำ ซึ่งเจ้าหน้าที่จะต้องดูแลประชาชนอย่างเต็มที่
ขณะที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจัดเจ้าหน้าที่ติดตามสภาพอากาศ ปริมาณฝน ระดับน้ำ และแนวโน้มสถานการณ์ภัยอย่างใกล้ชิด จัดเตรียมชุดเคลื่อนที่เร็ว เครื่องมืออุปกรณ์ประจำพื้นที่เสี่ยง ให้พร้อมปฏิบัติการเผชิญเหตุและช่วยเหลือผู้ประสบภัย อีกทั้งเสริมแนวคันกั้นน้ำและติดตั้งเครื่องสูบน้ำเพิ่มเติม โดยเฉพาะในพื้นที่จุดเสี่ยงน้ำท่วมขัง และพื้นที่เศรษฐกิจ รวมถึงประสานงานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้มงวดมาตรการความปลอดภัยทางทะเล ห้ามเดินเรือทุกประเภท รวมถึงกำชับสถานประกอบการในพื้นที่ริมชายฝั่งทะเล แจ้งเตือนนักท่องเที่ยวห้ามประกอบกิจกรรมทางทะเลทุกประเภทในช่วงที่มีคลื่นลมแรง
ตัวแทนกรมอุตุนิยมวิทยาได้รายงานต่อที่ประชุมถึงสถานการณ์ล่าสุด ขอให้หน่วยงานราชการในพื้นที่เฝ้าระวังสถานการณ์ในช่วงคืนนี้ ซึ่งคาดการณ์ว่าในวันที่ 4-5 มกราคม ผลกระทบจะตีวงกว้างตั้งแต่จังหวัดเพชรบุรีถึงนราธิวาส พร้อมเฝ้าระวังคลื่นลมในอ่าวไทยที่จะมีกำลังแรงขึ้น และอาจเกิดคลื่นซัดฝั่งกำลังแรง ความสูงคลื่นประมาณ 3-5 เมตร พร้อมทั้งขอให้ประชาชนที่อาศัยในพื้นที่เสี่ยงภัยติดตามพยากรณ์อากาศและปฏิบัติตามประกาศเตือนภัยอย่างเคร่งครัด ซึ่งประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนสามารถติดต่อได้ทางสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อประสานให้การช่วยเหลือโดยด่วนต่อไป
You must be logged in to post a comment Login