- ตั้งสติให้ดี “โลกนี้ มีเกิด มีตาย”Posted 1 month ago
- อย่าหาเรื่องอยู่ร้อน นอนทุกข์Posted 1 month ago
- โลกธรรมPosted 1 month ago
- อนุโมทนา คนพิการสู้ชีวิตPosted 1 month ago
- สลายความเกลียดชังPosted 1 month ago
- สู้ดีกว่าลาโลกPosted 1 month ago
- ใช้คาถาพระพยอมบ้างPosted 1 month ago
- เสียงชื่นชมดีกว่าเขาด่าPosted 1 month ago
- ต้องใช้ยาแรงกับคนขายชาติPosted 2 months ago
- บทเรียนผู้เห็นกงจักรเป็นดอกบัวPosted 2 months ago
ไวรัสตับอักเสบ C…รักษาได้ โอกาสหายสูง

คอลัมน์ : โลกสุขภาพ
(โลกวันนี้วันสุข ประจำวันที่ 11-18 มกราคม 2562)
“โรค” กับ “โลก” เป็นของคู่กันมาช้านาน แม้เราจะไม่ต้องการแต่ก็ยากที่จะหลีกเลี่ยง โดยเฉพาะ “มะเร็งตับ” ที่เป็นโรคมะเร็งที่พบมากที่สุดในเพศชาย และอันดับ 3 ในเพศหญิง แต่ละปีมีผู้ป่วยมะเร็งตับรายใหม่ประมาณ 20,000 ราย อัตราการเสียชีวิตประมาณ 15,000 รายต่อปี สาเหตุส่วนใหญ่มาจากไวรัสตับอักเสบ B และ C ทีมแพทย์โรงพยาบาลในเครือบริษัท พริ้นซิเพิล เฮลท์แคร์ จำกัด จะมาให้ความรู้เกี่ยวกับไวรัสตับอักเสบ B และ C ที่เป็นสาเหตุสำคัญของมะเร็งตับกัน
ไวรัสตับอักเสบ B และ C ติดต่อโดยทางเลือด น้ำเหลือง สารคัดหลั่ง เพศสัมพันธ์ การสักเจาะร่างกาย ใช้เข็มฉีดยาหรือของมีคมหรือของใช้ส่วนตัวร่วมกับผู้ติดเชื้อ หรือติดต่อจากแม่สู่ลูก
ปัจจุบันพบคนไทยเป็นโรคไวรัสตับอักเสบ C จนถึงขั้นไวรัสตับอักเสบ C เรื้อรัง เพิ่มมากขึ้น และยังไม่มีวัคซีนป้องกันโรค ผู้ติดเชื้อประมาณ 15-25% สามารถหายได้เอง แต่ส่วนใหญ่ 75-85% จะไม่หายและกลายเป็นไวรัสตับอักเสบ C เรื้อรัง หรือพาหะของโรค ทั้งนี้ ผู้ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบ C มีส่วนน้อยที่เกิดอาการตับอักเสบเฉียบพลัน ส่วนใหญ่ภายใน 10 ปีแรกจะไม่มีอาการ แต่มีการดำเนินของโรคไปอย่างช้าๆโดยไม่รู้ตัว ไม่ได้ตรวจเลือด ถ้าหากไม่ได้รับการรักษาก็จะกลายเป็นโรคตับแข็ง มะเร็งตับ และเสียชีวิตในที่สุด
เราจะทราบได้อย่างไรว่าเป็นไวรัสตับอักเสบ C
ผู้ที่ได้รับเชื้อจะทราบได้โดยการตรวจเลือด เช่น 1.ตรวจการทำงานของตับ พบระดับ AST (SGOT) และ ALT (SGPT) ผิดปรกติ และ 2.ตรวจหาภูมิต่อต้านไวรัสตับอักเสบ C (Anti-HCV) ในรายที่ผลเป็นบวกควรยืนยันด้วยการตรวจหา HCV RNA อย่างไรก็ตาม ไวรัสตับอักเสบ C รักษาได้ มีโอกาสหายสูง โดยโอกาสรักษาให้หายได้ด้วยยา ซึ่งปัจจุบันมียาใหม่ๆที่ออกฤทธิ์ฆ่าเชื้อไวรัสตับอักเสบ C โดยตรง ให้ผลการรักษาที่มีประสิทธิภาพสูง และใช้เวลาในการรักษาสั้นกว่าเดิม แต่ถึงกระนั้นการรักษาจะให้ผลแตกต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของอาการและสายพันธุ์ของไวรัสตับอักเสบ C ซึ่งมีหลายสายพันธุ์ แพทย์จะประเมินผลการรักษาเป็นระยะ เพื่อปรับแผนการรักษาให้เหมาะสมสำหรับผู้ป่วยแต่ละราย
ดังนั้น เราจึงไม่ควรประมาท วิธีที่ดีที่สุดวิธีหนึ่งคือ การหมั่นตรวจสุขภาพเป็นประจำ เพื่อโอกาสในการเจอความผิดปรกติและหาทางรักษาแต่เนิ่นๆนั่นเอง
You must be logged in to post a comment Login