- ตั้งสติให้ดี “โลกนี้ มีเกิด มีตาย”Posted 1 month ago
- อย่าหาเรื่องอยู่ร้อน นอนทุกข์Posted 1 month ago
- โลกธรรมPosted 1 month ago
- อนุโมทนา คนพิการสู้ชีวิตPosted 1 month ago
- สลายความเกลียดชังPosted 1 month ago
- สู้ดีกว่าลาโลกPosted 1 month ago
- ใช้คาถาพระพยอมบ้างPosted 1 month ago
- เสียงชื่นชมดีกว่าเขาด่าPosted 1 month ago
- ต้องใช้ยาแรงกับคนขายชาติPosted 2 months ago
- บทเรียนผู้เห็นกงจักรเป็นดอกบัวPosted 2 months ago
อาณาจักรเปอร์เซียเริ่มสะเทือนเมื่อนบีมุฮัมมัดถือกำเนิด

คอลัมน์ สันติธรรม
อาณาจักรเปอร์เซียเริ่มสะเทือนเมื่อนบีมุฮัมมัดถือกำเนิด
โดย บรรจง บินกาซัน
(โลกวันนี้วันสุข 15-22 กุมภาพันธ์ 2562)
วันที่นบีมุฮัมมัดถือกำเนิดเป็นวันที่ดวงดาวบนท้องฟ้าส่องแสงระยิบระยับเหมือนกับจะแข่งขันกันแสดงความยินดีต้อนรับ แต่บนแผ่นดินที่ห่างไกลออกไปจากเมืองมักก๊ะฮฺ ปรากฏว่ามีเหตุการณ์ที่ทำให้คนในมหาอาณาจักรใหญ่ของโลกในเวลานั้นต้องตกตะลึง
ในคืนที่นบีมุฮัมมัดคลอด ผู้คนในเมืองมะดายินของอาณาจักรเปอร์เซียซึ่งกำลังหลับสนิทต้องตกใจตื่นขึ้นมาเมื่อได้ยินเสียงพังทลายของสิ่งปลูกสร้างหลายแห่ง เมื่อทุกคนออกมาดูจึงพบว่าหอคอย 14 แห่งของราชวังจักรพรรดิคุสโรพังทลายลงมา ทั้งๆที่หอคอยแต่ละแห่งมีรากฐานมั่นคง
จักรพรรดิคุสโรตกใจกลัวและนอนไม่หลับทั้งคืน เช้าวันรุ่งขึ้นเขาเรียกโหราจารย์และผู้มีความรู้ทางศาสนาในราชสำนักมาพบเพื่อสอบถามดูว่าเหตุการณ์เมื่อคืนนี้เป็นลางบอกเหตุอะไรหรือไม่
คุสโรนั่งบนบัลลังก์ของเขาโดยสวมมงกุฎอยู่บนศีรษะ แต่ยังไม่ทันที่จะเริ่มการประชุม มีคนควบม้านำจดหมายฉบับหนึ่งมาให้เขา ในจดหมายฉบับนั้นมีข้อความเขียนว่า “เปลวไฟศักดิ์สิทธิ์ที่จุดไว้ให้คนบูชาโดยไม่เคยดับมาเป็นเวลานับพันปีที่เมืองอิสตาห์ราบัดได้ดับลงแล้ว”
ในเวลานั้นผู้คนในอาณาจักรเปอร์เซียนับถือศาสนาบูชาไฟ
ข่าวดังกล่าวยิ่งทำให้คุสโรตกใจกลัวมากยิ่งขึ้น
ในเวลานั้นมูบิซาน หัวหน้าผู้พิพากษาของอาณาจักรเปอร์เซีย ได้ออกมาเล่าความฝันให้คนในท้องพระโรงของจักรพรรดิคุสโรฟังว่า “ฉันฝันเห็นอูฐหลายร้อยตัวส่งเสียงร้อง โดยมีม้าพันธุ์อาหรับหลายตัววิ่งนำข้ามแม่น้ำไทกริสและกระจายเข้าไปในแผ่นดินของอาณาจักรเปอร์เซีย”
คุสโรรู้ว่าความฝันของมูบิซานผู้ทรงความรู้และมีความซื่อสัตย์เป็นความฝันที่มีความหมาย เขาเริ่มหวั่นวิตกยิ่งขึ้นและต้องการที่จะแก้ความฝันนี้ เขาถามมูบิซานที่เขาไว้วางใจว่า “แล้วมันหมายถึงอะไร?”
มูบิซานตอบแบบสั้นๆและได้ใจความชัดเจนว่า “มันหมายความว่ามีอะไรบางอย่างที่สำคัญจะเกิดขึ้นในฝั่งแผ่นดินอาหรับ”
เมื่อได้ยินเช่นนั้นจักรพรรดิคุสโรได้เขียนจดหมายไปถึงนุมาน บินมุนซิรฺ เจ้าเมืองฮีรอ เขาสั่งไปในจดหมายว่า “ถ้ามีนักปราชญ์คนใดที่นั่นมีความรู้พอที่จะตอบคำถามของฉัน จงส่งเขามาหาฉันเดี๋ยวนี้เลย”
เมื่อได้รับจดหมายนุมานเข้าใจได้ทันทีถึงความรีบด่วน เขาส่งนักปราชญ์คนหนึ่งที่ชื่ออับดุล มะซีฮ์ บินอัมร์ ไปยังมะดายินทันที แต่เมื่อไปถึงและฟังเรื่องราวแล้ว อับดุล มะซีฮ์ ได้บอกว่าซาติฮ์ ลุงของเขาที่อยู่ใกล้ดามัสกัส มีความรู้ดีกว่าที่จะตอบ คุสโรจึงสั่งให้มะซีฮ์ไปหาคำตอบจากลุงของเขา
ในตอนนั้นซาติฮ์กำลังจะเสียชีวิต แต่เมื่อได้ยินเรื่องราวที่มะซีฮ์เล่าให้ฟัง เขาถึงกับตาโตและเริ่มร้องไห้ด้วยความตื่นเต้นเหมือนกับตัวเองอยู่ที่ประตูแห่งชีวิต มิใช่หลุมฝังศพ เขากล่าวว่า “มะซีฮ์ โองการของพระเจ้าจะถูกอ่านอีก คนถือไม้เท้าได้ถูกส่งมาเป็นนบี หุบเขาแห่งสะมาวาได้ถูกน้ำท่วม ไฟบูชาของชาวเปอร์เซียได้ดับลงแล้ว และดามัสกัสมิใช่ดามัสกัสอีกต่อไปสำหรับซาติฮ์ จำไว้ว่าผู้พิพากษาเบื้องบนที่สามารถปกครองเวลาประสงค์ให้เหตุการณ์นี้เกิดขึ้น และพระองค์ผู้ทรงเป็นผู้พิพากษาเบื้องบนได้ผูกปลายทั้งสองของสายเชือกแห่งความเป็นนบีเข้าด้วยกันแล้ว”
เขาหยุดถอนหายใจลึกๆสักครู่หนึ่งและกล่าวต่อไปว่า “เช่นเดียวกับที่หอคอยมากมายหลายแห่งพังทลายลงมา ผู้ปกครองหลายคนจะออกมาจากอาณาจักรแซสซาเนียน (อาณาจักรเปอร์เซีย) หลังจากนั้นสัญญาจะเป็นจริง” พอพูดจบเขาก็เสียชีวิต
เหตุการณ์ดังกล่าวชี้ว่า อำนาจของเปอร์เซียที่กำลังจมปลักอยู่ในความเชื่ออันมืดทึบของลัทธิมาซดาจะถูกทำลายลงโดยแสงสว่างที่คนที่เกิดในคืนนั้นนำมาด้วยตัวเอง
หลังจากนั้นไม่นาน ถ้าซาติฮ์มีชีวิตอยู่เขาจะได้เห็นสิ่งที่เขาทำนายไว้เป็นความจริงดังที่ประวัติศาสตร์ยืนยัน นั่นคืออาณาจักรเปอร์เซียได้ถูกรวมไว้กับแผ่นดินอิสลามโดยกองทัพของนบีมุฮัมมัดใน ค.ศ. 636
You must be logged in to post a comment Login