- ตั้งสติให้ดี “โลกนี้ มีเกิด มีตาย”Posted 1 month ago
- อย่าหาเรื่องอยู่ร้อน นอนทุกข์Posted 1 month ago
- โลกธรรมPosted 1 month ago
- อนุโมทนา คนพิการสู้ชีวิตPosted 1 month ago
- สลายความเกลียดชังPosted 1 month ago
- สู้ดีกว่าลาโลกPosted 1 month ago
- ใช้คาถาพระพยอมบ้างPosted 2 months ago
- เสียงชื่นชมดีกว่าเขาด่าPosted 2 months ago
- ต้องใช้ยาแรงกับคนขายชาติPosted 2 months ago
- บทเรียนผู้เห็นกงจักรเป็นดอกบัวPosted 2 months ago
นิทานคิดนอกกรอบสำหรับชาวอสังหาฯ

คอลัมน์ :โลกอสังหาฯ
ผู้เขียน : ดร.โสภณ พรโชคชัย
(โลกวันนี้วันสุข ประจำวันที่ 22-29 ม.ค. 64 )
โควิด-19 หรือโรคระบาดอื่นๆก็เคยเกิดขึ้นในประวัติศาสตร์ แต่เราท่านเกิดไม่ทัน มาในยุคนี้หลายคนอาจปรับตัวไม่ได้ ผมจึงขออนุญาตเอานิทานมาเล่าเพื่อการคิดนอกกรอบ (Out of Box) เสียหน่อย เพื่อการวางแผนอย่างแยบยล และเพื่อความสำเร็จในธุรกิจ (อสังหาริมทรัพย์หรืออื่นใด) และชีวิตของเราเอง
นิทานเรื่องนี้เราท่านก็คงเคยได้ยินมาบ้างแล้ว แต่พอดีเพื่อนรักชาวอินเดียซึ่งเป็นศาสตราจารย์ ดร.ด้านอสังหาริมทรัพย์ในทางเดียวกับผมส่งมาให้ ผมจึงขอเอาต้นฉบับนี้มาเผยแพร่ก็แล้วกัน (จะได้ไม่ซ้ำกับที่มีการเผยแพร่ในกรณีอื่นๆ) เรื่องของเรื่องก็คือ
เมื่อหลายร้อยปีก่อนในเมืองเล็กๆของอิตาลี มีพ่อค้าโชคร้ายรายหนึ่งที่ต้องจ่ายเงินจำนวนมากให้กับนายทุนเงินกู้ นายทุนคนนี้ทั้งแก่และทั้งน่าเกลียด แต่ใฝ่ฝันที่จะได้ลูกสาวที่งดงามของพ่อค้าคนนั้น ดังนั้น เขาจึงเสนอข้อต่อรองพ่อค้าคนนั้นโดยบอกว่าจะยกหนี้สินให้ทั้งหมดถ้าเขาสามารถแต่งงานกับลูกสาวของพ่อค้าจนๆคนนั้นได้
ทั้งพ่อค้าและลูกสาวของเขาต่างก็ตกใจกับข้อเสนอของนายทุนเงินกู้รายนี้ เงื่อนไขที่นายทุนเงินกู้เสนอก็คือ เขาจะหยิบก้อนกรวดในสวนหลังบ้านของเขาซึ่งมีทั้งกรวดสีขาวและสีดำคละปนกันหมด โดยใส่ก้อนกรวดสีดำและสีขาวลงในถุงเงินเปล่าใบหนึ่ง จากนั้นให้ลูกสาวพ่อค้าคนนั้นหยิบก้อนกรวดก้อนหนึ่งจากถุงใบนั้น หากเธอหยิบก้อนกรวดสีดำ เธอจะต้องกลายเป็นภรรยาของนายทุนเงินกู้คนนั้น และหนี้ของพ่อเธอก็จะหมดไป แต่ถ้าเธอเลือกได้ก้อนกรวดสีขาวก็ไม่จำเป็นต้องแต่งงานกับเขา และหนี้ของพ่อเธอก็จะหมดไปเช่นกัน และถ้าเธอบ่ายเบี่ยงไม่ยอมทำตามกติกานี้ นายทุนคนนั้นจะไปแจ้งความที่พ่อของเธอไม่สามารถใช้หนี้ได้ และพ่อของเธอจะถูกจับเข้าคุก
เมื่อถึงวันนัดหมายทั้งนายทุนเงินกู้ พ่อค้า และลูกสาวคนสวยของพ่อค้า ต่างอยู่ในสวนของพ่อค้าโดยยืนอยู่บนทางเดินที่เต็มไปด้วยก้อนกรวด ต่อมานายทุนเงินกู้ก้มลงหยิบก้อนกรวดขึ้นมา 2 ก้อนใส่ลงไปในถุง ลูกสาวพ่อค้าสังเกตเห็นว่านายทุนดังกล่าวหยิบก้อนกรวดสีดำ 2 ก้อนใส่ลงในกระเป๋า ไม่ใช่ก้อนสีขาวและก้อนสีดำอย่างละก้อนตามข้อตกลง จากนั้นนายทุนเจ้าเล่ห์คนนั้นก็ขอให้หญิงสาวหยิบก้อนกรวดจากกระเป๋า
ถ้าเป็นเราท่านจะทำอะไรในฐานะที่เป็นผู้หญิงคนนั้น จากการวิเคราะห์อย่างรอบคอบจะทำให้เกิดความเป็นไปได้ 3 ประการ ได้แก่
1.เด็กสาวคนนั้นควรปฏิเสธที่จะเล่นตามกติกานี้
2.เด็กสาวควรแสดงให้เห็นว่ามีก้อนกรวดสีดำ 2 ก้อนอยู่ในกระเป๋า และเปิดเผยว่านายทุนเงินกู้เป็นคนโกง
3.เด็กหญิงควรเลือกก้อนกรวดสีดำและเสียสละตัวเองเพื่อช่วยพ่อของเธอให้พ้นจากหนี้และโทษจำคุก
เรื่องราวข้างต้นนี้ได้รับการนำมาใช้ด้วยความหวังว่าจะทำให้เราเห็นคุณค่าความแตกต่างระหว่างความคิดนอกกรอบและการวินิจฉัยเชิงตรรกะ
ในที่สุดหญิงสาวก็สอดมือเข้าไปในถุงเงินเพื่อเลือกก้อนกรวด แล้วดึงก้อนกรวดออกมาโดยสายตาจับจ้องไปที่นายทุนดังกล่าวและพ่อของตน แต่แล้วก็แสร้งทำก้อนกรวดที่เลือกตกลงไปบนทางเดินที่มีก้อนกรวดทั้งสีขาวและสีดำปนกันอยู่ ทั้งพ่อค้าและนายทุนเงินกู้ก็ไม่ทันสังเกตว่าก้อนกรวดที่เธอแสร้งทำตกพื้นไปนั้นสีอะไร
หญิงสาวกล่าวว่า “โอ้ ฉันช่างซุ่มซ่ามเหลือเกิน แต่ก็ไม่เป็นไร ถ้าท่านมองเข้าไปในกระเป๋าเพื่อหาของที่เหลืออยู่ คุณจะสามารถบอกได้ว่าฉันเลือกก้อนกรวดสีอะไร” เนื่องจากก้อนกรวดที่เหลืออยู่เป็นสีดำอย่างแน่นอน จึงต้องอนุมานเอาว่าเธอเลือกก้อนหินสีขาวนั่นเอง และโดยที่นายทุนเงินกู้รายนั้นไม่กล้ายอมรับความไม่ซื่อสัตย์ของเขาเอง หญิงสาวจึงเปลี่ยนสิ่งที่ดูเหมือนเป็นไปไม่ได้ให้กลายเป็นสิ่งที่เป็นไปได้และเป็นฝ่ายมีชัยในที่สุด
นิทานเรื่องนี้สอนให้เรารู้ว่าปัญหาที่ซับซ้อนมักมีทางแก้ไข บางครั้งเราต้อง “มองต่างมุม” และ “คิดนอกกรอบ” (This is called as Thinking “out of Box”)
ในห้วงวิกฤตย่อมมีทางออกเสมอ แต่เราจะคิดแบบทื่อๆไม่ได้ ขอให้ทุกท่านหาทางออกจากกล่องให้เจอ เพื่อฝ่าฟันอุปสรรคอย่างไม่ย่อท้อจนกว่าจะได้ชัยชนะ
You must be logged in to post a comment Login