วันอังคารที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2567

จีเอเบิลประกาศยืนหนึ่งด้านเทคโนโลยี ด้วยกลยุทธ์ก้าวข้ามทุกข้อจำกัด

On May 24, 2021

กลุ่มบริษัทจีเอเบิล ผู้นำในการให้บริการเทคโนโลยีสารสนเทศและดิจิทัลโซลูชันอย่างครบวงจร ประกาศทิศทางและกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจปี 2564 ก้าวข้ามทุกข้อจำกัด สู่อนาคตที่เติบโตและยั่งยืน ชูจุดเด่น System Integration Plus Plus: SI++ มุ่งเน้นการให้บริการวางรากฐานทางเทคโนโลยี และใช้ประโยชน์ เพื่อต่อยอดทางธุรกิจ พร้อมผนึกกำลังกับบริษัท ไฟร์ วัน วัน จำกัด (Fire One One) นำเสนอบริการด้านดิจิทัล ทรานส์ฟอร์เมชั่นแบบครบวงจร (One Stop Service) และเปิดตัวผลิตภัณฑ์แฟล็กชิพตัวใหม่ Blendata และ InsightEra ภายใต้การนำทัพของ “ดร.ชัยยุทธ ชุณหะชา” กรรมการผู้จัดการ

คุณนาถ ลิ่วเจริญ ประธานกรรมการบริหาร กลุ่มบริษัทจีเอเบิล กล่าวว่า “จากสถานการณ์ปัจจุบัน ซึ่งมีผลกระทบทั้งจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 และภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว องค์กรธุรกิจทั้งในไทยและทั่วโลก ต่างเผชิญกับความท้าทายในการทำให้ธุรกิจดำเนินต่อไปได้ จากผลสำรวจ CEO ทั่วโลกโดยบริษัทที่ปรึกษาชั้นนำ อย่างการ์ทเนอร์ เพื่อจัดอันดับ Top Business Priorities ในปี พ.ศ. 2564 – 2565 พบว่า องค์กรต่างๆ ให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อนธุรกิจโดยมีเทคโนโลยีดิจิทัลเป็นหัวใจสำคัญ ซึ่งจะช่วยตอบโจทย์ความต้องการ ของผู้บริโภคที่มีความแตกต่างกันในหลากหลายมิติได้ดียิ่งขึ้น ได้แก่ 1. การสร้างรายได้และการเติบโต แบบก้าวกระโดดของธุรกิจรูปแบบใหม่ โดยมุ่งเน้นการสร้างตลาดใหม่และการตอบสนองพฤติกรรมผู้บริโภค ที่เปลี่ยนแปลงในยุคดิจิทัล 2. การทำธุรกิจดิจิทัลด้วยการทำงานแบบ ‘digitalization’ ซึ่งนำเทคโนโลยีใหม่ๆ มาปรับใช้ในองค์กร ลดความซ้ำซ้อนและเพิ่มประสิทธิภาพสูงสุด และ 3. การทรานส์ฟอร์มองค์กร ด้วยการปรับเปลี่ยนโครงสร้าง กลยุทธ์ รูปแบบการดำเนินธุรกิจ (business model) ไปจนถึงพัฒนาบุคลากร เพื่อให้เกิดความรวดเร็วและเพิ่มความสะดวกให้แก่ผู้บริโภค ทั้งนี้กลุ่มบริษัทจีเอเบิล มีความพร้อมที่จะช่วยปฏิรูปองค์กรธุรกิจต่างๆ ในทุกอุตสาหกรรมของประเทศไทย โดยนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ในการขับเคลื่อนธุรกิจของลูกค้า ให้ประสบความสำเร็จตามเป้าหมายภายใต้การนำของ ดร.ชัยยุทธ”

ดร.ชัยยุทธ ชุณหะชา กรรมการผู้จัดการ กลุ่มบริษัทจีเอเบิล กล่าวว่า “จีเอเบิลเป็นบริษัทไอทีชั้นนำ ที่สร้างเสาหลักทางเทคโนโลยีให้กับลูกค้าด้วยประสบการณ์มากกว่า 32 ปี  ในการบูรณาการระบบโครงสร้างพื้นฐานไปจนถึงดิจิทัลโซลูชันที่ทันสมัย และนำเสนอโซลูชันที่สามารถตอบสนองความต้องการขององค์กรธุรกิจ เพื่อยกระดับความสามารถทางการแข่งขันให้กับธุรกิจในทุกภาคส่วนอุตสาหกรรม โดยจีเอเบิลมีจุดแข็งที่ทำให้มีความแตกต่างและได้เปรียบคู่แข่งในตลาดหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นการให้บริการโดยบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญ โดยมีนักพัฒนาระบบและซอฟแวร์ (developer in-house) มากกว่า 1,000 คน รวมถึงการมีประสบการณ์และ ความเข้าใจในอุตสาหกรรมที่หลากหลาย เช่น ธุรกิจการเงิน ธุรกิจโทรคมนาคม ธุรกิจประกัน ภาคอุตสาหกรรมพลังงาน ตลอดจนสถาบันการศึกษาต่างๆ  นอกจากนี้จีเอเบิลยังเป็นพันธมิตรกับบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำระดับโลก และมีศักยภาพในการคัดเลือกผลิตภัณฑ์ด้านฮาร์ดแวร์ และซอฟต์แวร์ ที่เป็นที่ยอมรับในระดับสากล”

ในปี 2564 นี้ กลุ่มบริษัทจีเอเบิล มุ่งมั่นที่จะเติบโตอย่างยั่งยืน พร้อมก้าวไปข้างหน้า ก้าวผ่านข้อจำกัดต่างๆ ด้วยกลยุทธ์ที่สร้างจุดเด่น และความแตกต่างในการให้บริการผ่านกลยุทธ์ ทั้ง 3 ด้าน

1) กลยุทธ์การพัฒนาตัวเองสู่ System Integration Plus Plus (SI++) คือ กลยุทธ์การพัฒนาตัวเองจาก System Integration หรือ SI ให้เป็น SI++ นอกจากเป็นผู้ให้บริการสร้างรากฐานทางเทคโนโลยีให้กับธุรกิจแล้ว จะมุ่งเน้นที่การช่วยลูกค้าต่อยอดทางธุรกิจโดยการแนะนำการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีรากฐานต่างๆ เหล่านั้น เพื่อให้มีประสิทธิภาพ ประสิทธิผลสูงสุด และปลอดภัยมากที่สุด ด้วยจุดแข็งของจีเอเบิลที่รู้ลึกด้านเทคโนโลยี เข้าใจลูกค้า ตอบโจทย์เทคโนโลยีมาแรงทั้ง 4 กลุ่มโซลูชัน ที่จะมีผลต่อทุกภาคส่วนอุตสาหกรรม ได้แก่

  • กลุ่มโซลูชันที่ให้บริการคลาวด์เทคโนโลยีแพลตฟอร์มอย่างครบวงจร รองรับตลาดคลาวด์ที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง
  • G Security Solution กลุ่มโซลูชันที่ช่วยป้องกันระบบและข้อมูลขององค์กรจากการโจมตี ทางไซเบอร์ ที่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นในยุคปัจจุบัน
  • G Big Data Solution กลุ่มโซลูชันที่มุ่งเน้นการจัดการบิ๊กดาต้าและวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ทางธุรกิจ
  • G RPA Solution กลุ่มโซลูชันการทำงานแบบอัตโนมัติ (Robotic Process Automation) ที่ตอบโจทย์การเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานและลดต้นทุนให้กับการดำเนินธุรกิจ

2) กลยุทธ์การสร้างทางเลือกใหม่สำหรับดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชั่น ในรูปแบบTransformation As a Service (TAAS) คือ กลยุทธ์การสร้างทางเลือกใหม่ให้กับทุกธุรกิจด้วยโซลูชันที่ช่วยด้านการทำดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชั่นแบบครบวงจร (One Stop Service) โดยจีเอเบิลได้ร่วมมือมือกับ บริษัท ไฟร์ วัน วัน จํากัด ซึ่งเป็นบริษัทที่ปรึกษาด้านการทำบิสซิเนสทรานส์ฟอร์เมชั่นชั้นนำระดับประเทศ ร่วมพัฒนาคุณค่าและโมเดลธุรกิจใหม่ ด้วยการผสมผสานระหว่างความสามารถทางด้านดิจิทัลของจีเอเบิล และความคิดสร้างสรรค์ทางธุรกิจของไฟร์ วัน วัน เพื่อนำเสนอโซลูชันที่ครอบคลุมในทุกมิติให้แก่ลูกค้า ตั้งแต่เป็นที่ปรึกษาด้านการวางกลยุทธ์ไปจนถึงการต่อยอดทางธุรกิจ ซึ่งกลยุทธ์ธุรกิจ TAAS นี้จะเป็นตัวช่วยในการสร้างรายได้จากกลุ่มธุรกิจใหม่ (new S-curve) ให้กับจีเอเบิลต่อไปในอนาคต

3) กลยุทธ์สร้างความแตกต่างและการเติบโตด้วย Own IP Platform คือ กลยุทธ์การพัฒนา IP Platform ที่เป็นลิขสิทธิ์ของจีเอเบิล เพื่อสร้างความแตกต่างจากคู่แข่ง และสร้างการเติบโตแบบก้าวกระโดด ด้วยประสบการณ์กว่า 32 ปี ทำให้บริษัทฯ เข้าใจถึงปัญหาของลูกค้าและความต้องการของตลาดเป็นอย่างดี จึงได้พัฒนาแพลตฟอร์มใหม่

ที่ชื่อว่า Blendata (เบลนเดต้า) และ InsightEra (อินไซท์เอรา) โดย Blendata เป็นผลิตภัณฑ์แฟล็กชิพยุคบิ๊กดาต้า ซึ่งแพลตฟอร์มนี้จะช่วยองค์กรจัดการข้อมูลขนาดใหญ่ที่มีประสิทธิภาพ เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ได้จริงทางธุรกิจ ด้วยต้นทุนที่จับต้องได้ ส่วน InsightEra นั้นเป็นแพลตฟอร์มทางด้านการตลาดดิจิทัล ที่มาตอบโจทย์ธุรกิจในเรื่องการวิเคราะห์ข้อมูลของลูกค้าในเชิงลึก รวมถึงความต้องการของลูกค้า เพื่อความได้เปรียบในการแข่งขัน ทั้งนี้จีเอเบิลเตรียมที่จะเปิดตัว Blendata ผลิตภัณฑ์แฟล็กชิพตัวใหม่ของกลุ่มบริษัทในเดือนมิถุนายนนี้

“จีเอเบิลมีความพร้อมที่จะก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคงและยั่งยืน เพื่อการให้บริการลูกค้าอย่างครบวงจร ในหลากหลายมิติ ด้วยกลยุทธ์ที่แข็งแกร่งทั้ง 3 ด้าน จะเป็นตัวขับเคลื่อนจีเอเบิล ให้เติบโตแบบก้าวกระโดด และสามารถสร้างประมาณการรายได้ในอีก 5 ปีข้างหน้าได้ ซึ่งตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาจีเอเบิลได้ทรานส์ฟอร์มองค์กร เพื่อเข้าสู่ยุคดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ โดยเทคโนโลยีถือเป็นหัวใจสำคัญในการสร้างกลยุทธ์ และสร้างความแตกต่างจากคู่แข่งด้วยการพัฒนาผลิตภัณฑ์ของตนเองที่เข้าใจความต้องการของลูกค้าเข้าใจในอุตสาหกรรมธุรกิจ รวมถึงการสร้างคุณค่าให้กับองค์กรธุรกิจ เพื่อผลักดันรายได้และผลกำไรที่เหนือกว่า” ดร.ชัยยุทธ กล่าวทิ้งท้าย


You must be logged in to post a comment Login