- ตั้งสติให้ดี “โลกนี้ มีเกิด มีตาย”Posted 1 month ago
- อย่าหาเรื่องอยู่ร้อน นอนทุกข์Posted 1 month ago
- โลกธรรมPosted 1 month ago
- อนุโมทนา คนพิการสู้ชีวิตPosted 1 month ago
- สลายความเกลียดชังPosted 1 month ago
- สู้ดีกว่าลาโลกPosted 1 month ago
- ใช้คาถาพระพยอมบ้างPosted 1 month ago
- เสียงชื่นชมดีกว่าเขาด่าPosted 2 months ago
- ต้องใช้ยาแรงกับคนขายชาติPosted 2 months ago
- บทเรียนผู้เห็นกงจักรเป็นดอกบัวPosted 2 months ago
WFX เปิดแผนยุทธศาสตร์ปี 66 ปักธงรายได้โต 5-10%

บมจ. เวิลด์เฟล็กซ์ (WFX) เปิดแผนยุทธศาสตร์ปี 66 ตั้งเป้ารายได้เติบโต 5-10% จากปีก่อน ฟากเอ็มดี “ณัฐ วงศาสุทธิกุล” ระบุเน้นกลยุทธ์สร้างแบรนด์ให้เป็นที่จดจำในตลาดโลก รุกขยายตลาดต่างประเทศโดยเฉพาะตลาดใหม่ในประเทศอินเดีย รวมถึงในภูมิภาคอื่นของจีนหลังประกาศเปิดประเทศ พร้อมลุยขยายธุรกิจเพื่อตอบโจทย์ลูกค้าทุกเซ็กเม้นท์ เร่งเพิ่มกำลังการผลิตปีนี้อีก 10-15% ส่งผลให้กำลังผลิตรวมแตะ 48,000-49,000 ตันต่อปี เพื่อรองรับยอดขายในอนาคต
นายณัฐ วงศาสุทธิกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท เวิลด์เฟล็กซ์ จำกัด(มหาชน) (WFX) เปิดเผยว่า แผนการดำเนินธุรกิจในปี 2566 บริษัทฯตั้งเป้าหมายการเติบโตรายได้ที่ระดับ 5-10% จากปีก่อน โดยยังคงเน้นกลยุทธ์การบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อช่วยผลักดันให้มาร์จิ้นปรับตัวเพิ่มขึ้นได้ รวมทั้งมีแผนรุกขยายไปในตลาดต่างเทศอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในตลาดประเทศอินเดีย ซึ่งเป็นตลาดที่มีความน่าสนใจและมีโอกาสเติบโตได้ดี รวมถึงการขยายตลาดไปในภูมิภาคอื่นเพิ่มขึ้นของประเทศจีน หลังจากจีนได้ประกาศเปิดประเทศอย่างเป็นทางการ จะส่งผลให้ความต้องการสินค้าเริ่มกลับมาดีขึ้น
“ภาพรวมการดำเนินธุรกิจในปี2566 มีทิศทางชะลอตัวเนื่องจากภาวะเงินเฟ้อและอัตราดอกเบี้ย แต่บริษัทฯคาดว่าจะสามารถรักษาระดับการเติบโตตามแผนงานได้ เป็นผลมาจากการรักษาฐานลูกค้าตลาดเดิม โดยเฉพาะตลาดอินโดนีเซีย บราซิล รัสเซีย ที่มีการเติบโตสูงและถือเป็นตลาดดาวรุ่งของบริษัทฯ และยังมีแผนขนายตลาดใหม่ๆ ในต่างประเทศเพิ่มขึ้น เน้นกลยุทธ์การสร้างแบรนด์ให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง โดยร่วมออกบูธในงานแสดงสินค้าใหญ่ๆ ในต่างประเทศมากขึ้น อาทิ บังคลาเทศ ซึ่งถือเป็นงานใหญ่ สามารถเข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้โดยตรง นอกจากนี้ ช่วงจีนเปิดประเทศ มีแผนเดินสายจะไปเยี่ยมลูกค้าเก่าเพื่อเป็นการรักษาสัมพันธ์ที่ดี ไปพร้อมๆ กับการขยายตลาดในภูมิภาคอื่นในประเทศจีนเพิ่มขึ้นอีกด้วย” นายณัฐ กล่าว
ทั้งนี้ที่ผ่านมา บริษัทฯ ได้เดินหน้าตามแผนบุกตลาดกลุ่มใหม่ๆ ที่นอกเหนือจากประเทศจีน อย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็น ประเทศในแถบเอเชีย ได้แก่ เวียดนาม อินโดนีเซีย บังคลาเทศ, ประเทศในแถบยุโรป ได้แก่ รัสเซีย ตุรเคีย อุซเบกิสถาน, ประเทศในแถบอเมริกาใต้ ได้แก่ บราซิล เม็กซิโก โคลอมเบีย เปรู และยังมีแผนที่จะเปิดตลาดใหม่ในกลุ่ม ทวีปแอฟริกา เพื่อให้เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้
สำหรับแผนการลงทุนขยายกำลังการผลิตเฟส 2 คาดว่าจะแล้วเสร็จและเริ่มดำเนินการผลิตได้ในช่วงกลางปี 2566 ซึ่งจะเพิ่มกำลังการผลิตได้อีก 4,000-5,000 ตันต่อปีหรือประมาณ 10-15% ส่งผลให้กำลังการผลิตรวมทั้งสิ้นเพิ่มขึ้นเป็น 48,000-49,000 ตันต่อปี
You must be logged in to post a comment Login