- ตั้งสติให้ดี “โลกนี้ มีเกิด มีตาย”Posted 1 month ago
- อย่าหาเรื่องอยู่ร้อน นอนทุกข์Posted 1 month ago
- โลกธรรมPosted 1 month ago
- อนุโมทนา คนพิการสู้ชีวิตPosted 1 month ago
- สลายความเกลียดชังPosted 1 month ago
- สู้ดีกว่าลาโลกPosted 1 month ago
- ใช้คาถาพระพยอมบ้างPosted 1 month ago
- เสียงชื่นชมดีกว่าเขาด่าPosted 1 month ago
- ต้องใช้ยาแรงกับคนขายชาติPosted 1 month ago
- บทเรียนผู้เห็นกงจักรเป็นดอกบัวPosted 2 months ago
รับมืออาการแพ้น้ำลายยุง เพื่อให้ลูกไม่พลาดทุกการเรียนรู้

เพราะเราเชื่อว่า การปล่อยให้เด็กได้เรียนรู้กับธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นสิ่งที่งดงามและสามารถกล่อมเกลาจิตใจเด็กให้อ่อนโยนได้ แต่เราก็เชื่อว่าพ่อแม่ผู้ปกครองต้องชั่งใจอย่างมากว่าจะปล่อยให้เด็กไปเผชิญกับอาการแพ้ที่อาจเกิดต่อตามมาได้แค่ไหน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเด็กที่มีอาการแพ้น้ำลายยุง เพราะหากกลับมาพร้อมตุ่มแดงขนาดใหญ่ขึ้นตามตัว ทั่วแขน ขา 10-20 จุด และต้องนอนร้องไห้ตลอดเวลาเพราะความคันตามผิวหนังอย่างรุนแรง ก็เป็นสิ่งที่พ่อแม่ปวดใจเช่นกัน จนทำให้บางครั้งเด็ก ๆ ที่แพ้น้ำลายยุงต้องอดทำกิจกรรมกลางแจ้งหลาย ๆ อย่างไปอย่างน่าเสียดาย เช่น การไปเที่ยวเล่นในพื้นที่สีเขียว สวนสาธารณะ หรือการไปตั้งแคมป์ ดังนั้น เพื่อให้คุณพ่อคุณแม่ผู้ปกครองไม่จำกัดกิจกรรมการเรียนรู้ของลูกมากจนเกินไป วันนี้ลองมาทำความรู้จักกับอาการแพ้น้ำลายยุง พร้อมวิธีรักษา และรับมือป้องกัน
อาการแพ้น้ำลายยุง คืออะไรกันแน่
อาการแพ้ยุง หรือผื่นแพ้ยุง (Mosquito Allergy, Skeeter Syndrome) เกิดจากเมื่อยุงกัด สารหรือโปรตีนที่อยู่ในน้ำลายของยุงจะถูกปล่อยลงไปในเลือด ทำให้เลือดไม่เป็นก้อน และยุงสามารถดูดเลือดได้ง่าย ซึ่งกระบวนการนี้จะเข้าไปทำปฏิกิริยากับระบบภูมิคุ้มกันในร่างกาย ในรายที่แพ้สารก่อน้ำลายยุงนี้จะเกิดเป็นตุ่มบวมแดง และมีลักษณะใหญ่กว่าปกติบริเวณที่โดนกัดเป็นวงกว้าง ขนาดตั้งแต่ 2-10 เซนติเมตรภายใน 1 ชั่วโมงหลังถูกกัด และอาจมีอาการปวดร่วมด้วยได้ ในรายที่แพ้มากจะทำให้เกิดผิวหนังอักเสบจากการแพ้ คล้ายกับการติดเชื้อ อย่างเป็นไข้และต่อมน้ำเหลืองบวมโต หรือเกิดอาการบวมทั่วร่างกาย หากพบสัญญาณของอาการเหล่านี้ ควรไปพบแพทย์ทันที
วิธีรักษาเบื้องต้น เมื่อลูกแพ้น้ำลายยุง
เมื่อคุณมั่นใจแน่ว่า ลูกเป็นเด็กประเภทแพ้ยุง เมื่อกลับจากกิจกรรมนอกบ้านทุกครั้ง ควรตรวจสภาพร่างกายว่ามีตุ่มแดงขึ้นบริเวณไหนหรือไม่ จากนั้นให้ปฏิบัติตามขั้นตอน จากระดับความรุนแรงของอาการจากน้อยไปมาก ดังนี้
- ทำความสะอาดผิวหนังในจุดที่ถูกกัดด้วยน้ำและสบู่ ซับให้แห้ง ที่สำคัญคืออย่าให้ลูกเกาบริเวณที่คัน เพราะอาจทำให้ลามได้
- ประคมด้วยผ้าห่อน้ำแข็ง หรือเจลเย็น ประมาณ 3-10 นาที เพื่อลดอาการบวมและคัน เพราะความเย็นจะทำให้เส้นเลือดหดตัว ทำให้เลือดออกน้อยลงและช่วยลดบวมได้
- ใช้แผ่นแปะแก้คันจากยุงหรือแมลงกัด เพื่อลดอาการคัน ลดการบวมแดง เนื่องจากมีตัวยาช่วยให้หายคัน และให้แผลหายเร็ว ทั้งยังช่วยป้องกันลูกเกาจนเกิดแผลได้อีกด้วย อย่างไรก็ตาม ไม่ควรแปะตำแหน่งเดิมนานเกินไป หรือไม่แปะบริเวณใกล้ตาและผิวอ่อนบาง
- ทาด้วยครีมหรือผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของสมุนไพร และควรให้แน่ใจว่าสามารถใช้กับผิวเด็กได้
- หากอาการยังไม่ดีขึ้น อาจต้องใช้ตัวยาที่มีสารกลุ่มสเตียรอยด์ ซึ่งต้องระมัดระวังในการใช้กับเด็กเล็ก ๆ เป็นอย่างมาก
- ในรายที่แพ้มาก คันมาก อาจต้องกินยาต้านฮีสตามีน หรือยาแก้แพ้ร่วมด้วย
นอกจากนี้ พ่อแม่ผู้ปกครองต้องเตรียมป้องกันลูกหลานไว้แต่เนิ่น ๆ เพื่อลดโอกาสการถูกยุงกัด เช่น ให้สวมใส่เสื้อผ้าสีอ่อนที่แขนยาวขายาวปกปิดมิดชิด แต่สวมใส่สบายไม่อึดอัดจนเกินไป ทายาหรือโลชั่นกันยุง หรือแผ่นแปะกันยุงที่ปลอดภัยต่อผิวหนังของลูก
เมื่อเตรียมรับมือและมีความพร้อมได้ดังนี้ ก็เชื่อแน่ว่าเด็ก ๆ จะสามารถเติบโต เรียนรู้กับธรรมชาติได้อย่างสนุกสนาน โดยไม่ต้องกังวลกับการแพ้ยุงจนเกินไป
You must be logged in to post a comment Login