- ตั้งสติให้ดี “โลกนี้ มีเกิด มีตาย”Posted 1 month ago
- อย่าหาเรื่องอยู่ร้อน นอนทุกข์Posted 1 month ago
- โลกธรรมPosted 1 month ago
- อนุโมทนา คนพิการสู้ชีวิตPosted 1 month ago
- สลายความเกลียดชังPosted 1 month ago
- สู้ดีกว่าลาโลกPosted 1 month ago
- ใช้คาถาพระพยอมบ้างPosted 1 month ago
- เสียงชื่นชมดีกว่าเขาด่าPosted 1 month ago
- ต้องใช้ยาแรงกับคนขายชาติPosted 1 month ago
- บทเรียนผู้เห็นกงจักรเป็นดอกบัวPosted 2 months ago
ที่ไหนมีสัจธรรม ที่นั่นมีความอธรรมเสมอ

คอลัมน์ : สันติธรรม
ผู้เขียน : บรรจง บินกาซัน
(โลกวันนี้รายวัน ประจำวันที่ 20 ต.ค. 66 )
เมื่อการต่อต้านเพื่อหยุดยั้งภารกิจเผยแผ่อิสลามของนบีมุฮัมมัดด้วยวิธีการต่างๆไม่เป็นผลและยิ่งวันยิ่งมีชาวเมืองมักก๊ะฮฺหันมาเป็นมุสลิมมากยิ่งขึ้น หัวหน้าชาวเมืองมักก๊ะฮฺจึงคิดกำจัดนบีมุฮัมมัด แต่ยังไม่อาจทำได้เพราะนบีมุฮัมมัดได้รับความคุ้มครองจากอบูฏอลิบลุงของท่านซึ่งเป็นหัวหน้าตระกูลใหญ่
ดังนั้น เพื่อสร้างความกดดันแก่อบูฏอลิบและสมาชิกในตระกูล พวกหัวหน้าชาวเมืองมักก๊ะฮฺจึงสุมหัวกันยื่นคำขาดถึงอบูฏอลิบเป็นลายลักษณ์อักษรให้ส่งตัวนบีมุฮัมมัดไปให้พวกตน มิเช่นนั้นแล้ว สมาชิกทั้งหมดของตระกูลอบูฏอลิบจะถูกคว่ำบาตรโดยชาวเมืองมักก๊ะฮฺจะถูกห้ามมิให้คบค้าสมาคมหรือซื้อขายหรือแต่งงานกับคนในตระกลูอบูฏอลิบ
คำประกาศคว่ำบาตรนี้ถูกเขียนบนแผ่นหนังและถูกส่งไปยังเผ่าต่างๆในมักก๊ะฮฺเพื่อให้การรับรอง หลังจากนั้น แผ่นหนังดังกล่าวได้ถูกนำไปติดไว้บนกำแพงด้านหนึ่งของก๊ะอฺบ๊ะฮฺ
เมื่ออบูฏอลิบรู้เรื่องนี้ เขารู้ว่าคนในตระกูลของเขาไม่ได้รับความปลอดภัยแล้ว ดังนั้น เขาจึงตัดสินใจพาคนในตระกูลของเขาออกจากเมืองมักก๊ะฮฺไปอาศัยอยู่ในหุบเขาแคบๆแห่งหนึ่งซึ่งมีทิวเขาเป็นกำแพงป้องกันการบุกรุกจากภายนอก
การคว่ำบาตรเริ่มต้นขึ้นในตอนต้นปีที่เจ็ดของการปฏิบัติภารกิจเผยแผ่อิสลามและดำเนินไปเป็นเวลาสามปี ในช่วงนี้ นบีมุฮัมมัดกับลุงและคนในตระกูลต้องได้รับความทุกข์ยากลำบากเป็นอย่างมากเพราะทำการซื้อขายกับใครไม่ได้ อาหารและน้ำถูกตัดขาด แต่ถึงกระนั้นก็ยังมีบางคนเล็ดลอดออกมาหาน้ำกลับเข้าไปและมีผู้เห็นใจบางคนแอบส่งเสบียงให้แม้จะไม่เพียงพอก็ตาม
ในช่วงเวลานี้เองที่นบีมุฮัมมัดนอกจากจะต้องเผชิญความทุกข์ยากลำบากแล้ว ท่านยังต้องสูญเสียบุคคลสำคัญที่ให้ความคุ้มครองและความช่วยเหลือท่านมาโดยตลอด นั่นคือ อบูฏอลิบลุงของท่านและนางเคาะดีญะฮฺภรรยาของท่านได้ตายจากไป
อย่างไรก็ตาม การถูกคว่ำบาตรมิได้ทำให้ขวัญกำลังใจของนบีมุฮัมมัดและสาวกลดลง แต่มันกลับทำให้มีคนเห็นใจมากขึ้นจนทำให้หลายคนเรียกร้องให้ยกเลิก ประกอบกับแผ่นหนังประกาศคว่ำบาตรที่ติดอยู่บนผนังก๊ะอฺบ๊ะฮฺถูกมดปลวกกัดกินจนหลงเหลือแต่ส่วนที่มีพระนามของพระเจ้าอยู่ ด้วยเหตุนี้ ลูกหลานของอบูฏอลิบจึงได้กลับเข้าเมืองมักก๊ะฮฺอีกครั้งหนึ่ง

แม้การคว่ำบาตรได้สิ้นสุดลงแล้ว แต่ความอาฆาตแค้นของหัวหน้าชาวเมืองมักก๊ะฮฺไม่ได้สิ้นสุดลงด้วย การตายของอบูฏอลิบเปิดโอกาสให้พวกหัวหน้าชาวมักก๊ะฮฺกำจัดนบีมุฮัมมัดได้ง่ายขึ้น พวกเขาวางแผนลอบสังหารนบีมุฮัมมัดโดยให้หัวหน้าจากเก้าตระกูลส่งตัวแทนมาเป็นกลุ่มปฏิบัติการลอบสังหารท่าน ทั้งนี้เพื่อที่จะได้ไม่มีตระกูลใดต้องเผชิญหน้ากับการแก้แค้นตามลำพัง
อย่างไรก็ตาม พระเจ้าได้ดลใจให้นบีมุฮัมมัดล่วงรู้ว่าแผนลอบสังหารจะถูกปฏิบัติการเมื่อใดและได้มีบัญชาให้ท่านอพยพออกจากเมืองมักก๊ะฮฺไปยังเมืองยัษริบทางตอนเหนือของเมืองมักก๊ะฮฺ
ในคืนของการอพยพ นบีมุฮัมมัดแอบออกจากบ้านของท่านไปโดยไม่มีใครรู้ แต่ก่อนออกไป ท่านได้ให้อะลีลูกชายของอบูฏอลิบไปนอนในที่ของท่าน ขณะเดียวกัน กลุ่มลอบสังหารได้มาดักรออยู่ที่หน้าบ้านของนบีมุฮัมมัดในตอนดึกเพื่อลอบสังหารท่านเมื่อออกจากบ้านก่อนรุ่งอรุณ เมื่อไม่เห็นนบีมุฮัมมัดออกมา กลุ่มลอบสังหารจึงบุกเข้าไปในบ้าน แต่เมื่อรู้ว่าคนที่นอนอยู่ในบ้านมิใช่นบีมุฮัมมัด แผนลอบสังหารที่วางไว้อย่างดีจึงล้มเหลว
ขณะเดียวกัน การอพยพของนบีมุฮัมมัดไปยังเมืองยัษริบในคืนนั้นได้กลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้อิสลามไปเติบโตที่เมืองมะดีนะฮฺและแผ่ขยายออกไปทั่วโลกหลังการจากไปของท่าน
You must be logged in to post a comment Login