- ตั้งสติให้ดี “โลกนี้ มีเกิด มีตาย”Posted 1 month ago
- อย่าหาเรื่องอยู่ร้อน นอนทุกข์Posted 1 month ago
- โลกธรรมPosted 1 month ago
- อนุโมทนา คนพิการสู้ชีวิตPosted 1 month ago
- สลายความเกลียดชังPosted 1 month ago
- สู้ดีกว่าลาโลกPosted 1 month ago
- ใช้คาถาพระพยอมบ้างPosted 1 month ago
- เสียงชื่นชมดีกว่าเขาด่าPosted 1 month ago
- ต้องใช้ยาแรงกับคนขายชาติPosted 1 month ago
- บทเรียนผู้เห็นกงจักรเป็นดอกบัวPosted 2 months ago
เริ่มย้ายแหล่งเผยแผ่อิสลาม

คอลัมน์ : สันติธรรม
ผู้เขียน : บรรจง บินกาซัน
(โลกวันนี้รายวัน ประจำวันที่ 17 พ.ย. 66 )
การประกาศคว่ำบาตรนบีมุฮัมมัดโดยหัวหน้าชาวเมืองมักก๊ะฮฺที่ต่อต้านอิสลามทำให้ผู้คนในตระกูลของท่านหลายคนต้องพลอยเดือดร้อนไปด้วย แต่เป็นเรื่องน่าประหลาดที่ญาติพี่น้องของท่านหลายคนหรือแม้แต่ลุงของนบีมุฮัมมัดซึ่งไม่ได้เป็นมุสลิมก็ยอมร่วมชะตากรรมเดียวกันกับท่านด้วย
ในระหว่างการถูกปิดล้อม นอกจากจะใช้ชีวิตอย่างยากลำบากแล้ว นบีมุฮัมมัดยังต้องปวดร้าวหัวใจอีกเมื่ออบูฏอลิบผู้เป็นลุงที่ให้ความคุ้มครองท่านและนางเคาะดีญะภรรยาที่คอยให้กำลังใจและช่วยเหลือท่านมาโดยตลอดได้ตายจากไป
เมื่อการคว่ำบาตรสิ้นสุดลง นบีมุฮัมมัดเห็นว่าหัวใจของชาวมักก๊ะฮฺไม่ต่างอะไรไปจากหินที่แข็งกระด้าง เมล็ดพันธุ์อิสลามที่ท่านหว่านไปเป็นเวลาสิบปีไม่งอกเงย ท่านจึงมุ่งหน้าสู่เมืองฏออีฟด้วยความหวังว่าผู้คนจะยอมรับคำสอนของท่าน
แต่เมื่อไปถึงที่นั่น ท่านกลับถูกต่อต้านไม่ต่างจากในมักก๊ะฮฺ หัวหน้าชาวเมืองยุยงให้เด็กและวัยรุ่นขับไล่ท่านด้วยการเอาหินขว้างจนร่างของท่านโชกไปด้วยเลือดจนต้องหนีออกจากเมือง ระหว่างนั่งพักเหนื่อยจากการหนีพวกวัยรุ่น ทูตสวรรค์ได้มาหาท่านและพูดกับท่านว่าหากท่านต้องการลงโทษชาวเมืองที่ทำกับท่าน เมืองนี้จะถูกทำลายทันที
แต่นบีมุฮัมมัดกล่าวว่า “บางทีคนรุ่นนี้อาจไม่เข้าใจสิ่งที่ฉันนำมาสอน แต่วันข้างหน้า ลูกหลานของพวกเขาจะเข้าใจ” และก็เป็นเช่นนั้นจริง เพราะหลังจากนั้นไม่นาน ชาวเมืองฏออีฟได้หันมาเข้ารับอิสลาม
นบีมุฮัมมัดเดินทางกลับมายังเมืองมักก๊ะฮฺด้วยความรู้สึกว่าภารกิจของท่านคงไม่ประสบความสำเร็จแล้ว แต่เมื่อเทศกาลฮัจญ์มาถึง ท่านเริ่มมีความหวังขึ้นมา เพราะนี่เป็นช่วงเวลาที่ชาวอาหรับจากที่ต่างๆจะเดินทางมาทำพิธีแสวงบุญที่เมืองมักก๊ะฮฺ มันจึงเป็นโอกาสให้ท่านได้เริ่มเผยแผ่สั่งสอนเรื่องความศรัทธาในพระเจ้าองค์เดียวแก่ผู้เดินทางมาแสวงบุญ
ขณะเดียวกัน หัวหน้าชาวมักก๊ะฮฺก็ส่งคนไปยังกลุ่มคนต่างๆที่มาทำฮัจญ์และพูดจาใส่ร้ายนบีมุฮัมมัดด้วยคำกล่าวหาสารพัดเพื่อมิให้คนหลงเชื่อท่าน แต่ผลกลับเป็นไปในทางตรงข้าม ยิ่งคนได้ยินเรื่องเสียหายเกี่ยวกับนบีมุฮัมมัด มันยิ่งกลับทำให้ผู้คนอยากมาพบเห็นท่านด้วยตาตัวเอง ดังนั้น ในช่วงเทศกาลฮัจญ์ บุคลิกและคำสอนของนบีมุฮัมมัดจึงแพร่กระจายไปยังผู้คนในเผ่าต่างๆดุจดังไฟลามทุ่ง

แต่จุดเปลี่ยนที่ทำให้นบีมุฮัมมัดเริ่มมีความหวังมากขึ้นก็คือ ตัวแทนของสองเผ่าใหญ่ที่ขัดแย้งกันในเมืองยัษริบได้มาพบท่านและเลื่อมใสศรัทธาในตัวท่าน จึงเข้ารับอิสลาม ไม่เพียงเท่านั้น คนกลุ่มนี้ซึ่งมีประมาณหกคนได้เชิญชวนท่านไปยังเมืองยัษริบและสัญญาว่าจะให้ท่านเผยแผ่อิสลามอย่างเสรี ไม่เพียงเท่านั้น พวกเขาจะให้ความช่วยเหลือท่านด้วย
แม้จะรู้ถึงความปรารถนาดีของคนกลุ่มนี้ แต่นบีมุฮัมมัดยังไม่ตัดสินใจตามคนกลุ่มนี้ไป ท่านรอดูว่าคนกลุ่มนี้จะจริงใจกับท่านหรือไม่ ปีต่อมา คนกลุ่มนี้มาทำพิธีฮัจญ์อีกและพาคนมาเข้ารับอิสลามกับท่านหลายคน ท่านจึงมั่นใจ แต่ถึงกระนั้น ท่านต้องรอคำบัญชาจากพระเจ้าก่อน
อย่างไรก็ตาม ก่อนที่คนกลุ่มนี้จะเดินทางกลับไปยังเมืองยัษริบ นบีมุฮัมมัดได้ให้พวกเขาทำสัญญากับท่านก่อนว่าพวกเขา
จะไม่เคารพกราบไหว้สิ่งใดควบคู่ไปกับอัลลอฮฺ
จะไม่ขโมย ไม่ทำชู้และไม่ผิดประเวณี
จะไม่ฆ่าลูกๆ
จะละเว้นจากการกล่าวร้ายและใส่ความผู้อื่น
จะเชื่อฟังนบีในสิ่งที่ถูกและจะศรัทธาในท่านทั้งในยามทุกข์และสุข
นี่เป็นคำมั่นสัญญาที่ทำให้นบีมุฮัมมัดเตรียมการทะยอยอพยพสาวกของท่านที่ถูกกดขี่ข่มเหงออกจากเมืองมักก๊ะฮฺไปยังเมืองยัษริบ
You must be logged in to post a comment Login