วันพฤหัสที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2568

กสศ. จับมือ สพฐ. MOU ขยายผลระบบสารสนเทศ

On July 5, 2024

กสศ. จับมือ สพฐ. MOU ขยายผล ระบบสารสนเทศเพื่อสนับสนุนการพัฒนาคุณภาพการศึกษา Q-Info นำร่อง 5 เขตพื้นที่การศึกษารับเปิดเทอม 2567 ช่วยคัดกรองเด็กเสี่ยงหลุดจากระบบ เติมความสุขในการทำงาน ลดภาระครู เพิ่มเวลาพัฒนาผู้เรียน

ที่กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา – สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) และกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) จัดพิธีลงนามความร่วมมือดำเนินงาน โครงการพัฒนาระบบสารสนเทศเพื่อสนับสนุนการพัฒนาคุณภาพการศึกษา มุ่งขยายผลการนำระบบสารสนเทศ Q-Info มาใช้ในการดูแลช่วยเหลือนักเรียน เดินหน้าภารกิจ ‘Zero Dropout เด็กทุกคนต้องได้เรียน’ ลดจำนวนเด็กหลุดจากระบบการศึกษาให้เป็น ‘ศูนย์’ พร้อมร่วมกันพัฒนาระบบสารสนเทศเพื่อลดภาระงานครูตามนโยบายกระทรวงศึกษาธิการ โดย สพฐ. สนับสนุนให้ยกระดับการใช้งาน Q-Info ภายในสถานศึกษาต้นแบบ 2,000 โรงเรียน สู่การใช้ระบบในระดับพื้นที่ ร่วมกับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา 5 พื้นที่ ได้แก่ สำนักงานเขตพื้นการศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 4, สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงใหม่ เขต 3, สำนักงานเขตพื้นการศึกษาประถมศึกษาสุรินทร์ เขต 2, สำนักงานเขตพื้นการศึกษาประถมศึกษาภูเก็ต และ สำนักงานเขตพื้นการศึกษาประถมศึกษาระนอง เพื่อประโยชน์ในการบริหารและจัดการศึกษา เพิ่มเวลาให้ครูได้พัฒนาประสิทธิภาพการเรียนการสอน ส่งเสริมผู้เรียนให้เรียนรู้เต็มศักยภาพ

ระบบสารสนเทศเพื่อสนับสนุนการพัฒนาคุณภาพการศึกษา หรือ ‘Q-Info: Quality learning Information System’ เป็นนวัตกรรมการบริหารจัดการสถานศึกษา ที่ กสศ. ร่วมมือกับมหาวิทยาลัยนเรศวร พัฒนาขึ้น ด้วยตระหนักว่า ‘ข้อมูล’ เป็นทรัพยากรสำคัญในการพัฒนาคุณภาพโรงเรียน ระบบสารสนเทศ Q-Info ที่เป็นฐานข้อมูลของโรงเรียนและมีการจัดเก็บรวบรวมข้อมูลของนักเรียนเป็นรายบุคคล จึงเป็นหนึ่งในมาตรการสำคัญของการพัฒนาคุณภาพโรงเรียน เพื่อให้โรงเรียนมีเครื่องมือในการบริหารจัดการโรงเรียน สามารถกำหนดเป้าหมายการพัฒนาโรงเรียนได้ในทุกมิติ และวางแผนการจัดการเรียนรู้และสร้างระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนได้ตรงตามบริบท

หลังจากที่ กสศ. ทดลองใช้ระบบ Q-Info กับโรงเรียนในหลายสังกัดมาตั้งแต่ปี 2561 เริ่มจากโรงเรียนสังกัดเทศบาลนคร ก่อนขยายสู่กลุ่มโรงเรียนขนาดกลางและขนาดเล็กที่มีข้อจำกัดด้านทรัพยากร อาทิ โรงเรียนในสังกัดกองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด.) หรือโรงเรียนที่เข้าร่วมในโครงการครูรัก(ษ์)ถิ่น พบว่า การใช้ประโยชน์จากฐานข้อมูลสารสนเทศผ่านระบบ Q-Info ได้เข้ามาช่วยในการลดภาระงานครู และเป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนาระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน ที่ครูและโรงเรียนสามารถส่งเสริมการเรียนรู้ของผู้เรียนได้ตามความถนัดและตามความสนใจ ทั้งยังเป็นฐานข้อมูลสำคัญในการคัดกรองนักเรียนกลุ่มเสี่ยงหลุดจากระบบการศึกษาได้อย่างทันท่วงที ด้วยลักษณะการใช้งาน (Funtion) ที่เป็นจุดเด่นของ Q-Info ดังนี้

1.       จัดการข้อมูลและงานวิชาการ อาทิ เปลี่ยนแปลงแก้ไขปฏิทินโรงเรียน บันทึกรายชื่อครูประจำชั้น จำนวนนักเรียน ตารางเรียน วิชาเรียน การจัดห้องเรียนและแผนการเรียน การย้ายเข้า-ออกหรือการเปลี่ยนแปลงสถานะของนักเรียน

2.       การจัดทำข้อมูลนักเรียนรายคน ตั้งแต่การเลื่อนชั้น การลงทะเบียนวิชาเรียน ตารางกิจกรรม จัดทำผลการเรียน การจัดทำเอกสารประเมินผลตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน (ปพ.)

3.       จัดทำรายงานสำหรับโรงเรียน เช่น สถิติการมาเรียน ระดับความเปลี่ยนแปลงของภาวะโภชนาการ ข้อมูลความเสี่ยงในมิติต่าง ๆ (Early warning) รายงาน School SAR และ school dashboard

4.       ระบบการแจ้งเตือนเป็น dashboard สำหรับการติดตามข้อมูลโดยผู้อำนวยการโรงเรียนและผู้ปกครอง

ดร.พัฒนะ พัฒนทวีดล รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กล่าวว่า ในการประชุมคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) ครั้งที่ 4/2566 (7 เมษายน 2566) กสศ.ได้นำเสนอผลการดำเนินงานของระบบ Q-Info ที่มีโรงเรียนในสังกัด สพฐ. ที่ใช้งานอยู่ราว 2,000 กว่าแห่ง ซึ่งที่ประชุมเห็นร่วมกันว่า Q-Info เป็นระบบที่ช่วยในการพัฒนาและบริหารจัดการโรงเรียนได้ในหลายมิติ และเห็นควรให้มีการขยายผลการใช้งานให้ครอบคลุมยิ่งขึ้น จึงเป็นที่มาของการลงนามความร่วมมือ โครงการพัฒนาระบบสารสนเทศเพื่อสนับสนุนการพัฒนาคุณภาพการศึกษา พร้อมเตรียมขยายผลการใช้งานระบบสารสนเทศ Q-Info นำร่องใน 5 เขตพื้นที่การศึกษา ซึ่งจะมีโรงเรียนมากกว่า 500 แห่งที่ได้ประโยชน์ นับเป็นจุดเริ่มต้นของการยกระดับจากโรงเรียนสู่เขตพื้นที่ ก่อนจะมองถึงเป้าหมายต่อไปคือการใช้งาน Q-Info ในทุกโรงเรียนทั่วประเทศ โดยกระทรวงศึกษาธิการ มีนโยบายจัดสรรงบประมาณปี 2567 ราว 200 ล้านบาท และในปี 2568 อีก 2 หมื่น 2 พันล้านบาท เพื่อลงทุนเรื่องระบบสนับสนุนการบริหารจัดการในสถานศึกษาและสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา

“กระทรวงศึกษาธิการเห็นถึงความสำคัญอย่างยิ่งของการเปลี่ยนผ่านการบริหารจัดการข้อมูลให้เป็นระบบดิจิทัล ตัวอย่างหนึ่งคือภาระการจัดเก็บ ปพ.3 (รายงานผู้สำเร็จการศึกษาชั้น ม.3 และ ม.6) ของนักเรียนราวหนึ่งล้านกว่าคนในแต่ละปี ที่จะส่งผ่านจากโรงเรียนมาที่สำนักงานเขตพื้นที่ ฯ และจัดเก็บขั้นตอนสุดท้ายที่ สพฐ. จนเมื่อเวลาผ่านไปข้อมูลที่เป็นกระดาษได้ทวีจำนวนขึ้น แล้วทุกปีที่มีบัณฑิตใหม่จบปริญญาตรี ก็จะมีการตรวจสอบวุฒิจากคลังข้อมูลที่เก็บเอาไว้ ภาระนี้เป็นความยุ่งยากที่การจัดเก็บข้อมูลออนไลน์จะช่วยได้ โดย สพฐ. จะเป็นผู้ดูแลจัดการข้อมูลให้ง่ายต่อการค้นหาผ่านเลข 13 หลัก ส่วนเรื่องการบริหารจัดการโรงเรียน ไม่ว่าระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนรายบุคคล การตรวจสอบข้อมูลน้ำหนักส่วนสูงเพื่อดูภาวะโภชนาการ เหล่านี้เคยเป็นภาระที่ครูจะต้องกรอกตัวเลขด้วยปากกากระดาษทีละช่อง วันนี้เรามีระบบที่จะมาช่วยให้ทำได้รวดเร็ว สะดวกต่อการเรียกใช้ และจัดเก็บข้อมูลได้ปลอดภัยยิ่งขึ้น”

ดร.พัฒนะ กล่าวว่า กระทรวงศึกษาธิการได้มอบหมายให้ สพฐ. เป็นหน่วยงานหลัก ในการบริหารจัดเก็บข้อมูลออนไลน์ โดยรวบรวมข้อมูลสถานศึกษาทุกสังกัดภายใต้กระทรวงศึกษา ฯ ซึ่งผู้บริหารสถานศึกษา ครู รวมถึงสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา จะสามารถใช้งานโดยเข้าถึงและแลกเปลี่ยนข้อมูลองค์ความรู้ระหว่างกันได้ ผ่านเครือข่าย Cloud Server ขนาดใหญ่ หมายถึงต่อจากนี้เราจะมี Market Place ด้านการจัดการเรียนรู้ หรือ ‘ตลาดใบงาน’ ที่ออกแบบโดยครูแต่ละคน มีการจัดการศึกษาที่หลากหลาย เหมาะสมกับรายวิชา บริบทพื้นที่ หรือกับนักเรียนเป็นรายบุคคล ซึ่งทาง สพฐ. จะเป็นผู้ตรวจสอบคัดกรองข้อมูล และนี่คือแผนงานที่กำลังจะเกิดขึ้น และสอดคล้องประสานกันระหว่างงานของ สพฐ. และสิ่งที่ กสศ. วางแนวทางล่วงหน้าเอาไว้

“วันนี้เรามีข้อมูลเป็นเครื่องมือติดตามดูแลนักเรียนทุกคนได้ตลอดเวลาผ่านระบบออนไลน์ โดยเฉพาะคนที่เสี่ยงหลุดจากระบบกลางคัน เป็นโอกาสที่เราจะตามเด็กกลับมา ทั้งยังมีเรื่องการผลักดันเรื่อง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ มาตรา 12 และมาตรา 15 ที่เปิดโอกาสให้การจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานทำได้ไม่เฉพาะแค่ในสถานศึกษา และให้โรงเรียนจัดการศึกษาได้ 3 รูปแบบ คือในระบบ นอกระบบ และตามอัธยาศัย เพื่อจัดการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่นรองรับความจำเป็นและวิถีชีวิตของเด็กทุกคนทุกกลุ่ม เรามีนวัตกรรมใหม่ ๆ อย่างโรงเรียนมือถือ มีระบบศูนย์การเรียนสำหรับรองรับเด็กเยาวชนที่หลุดจากระบบการศึกษาทุกรูปแบบ มีการทลายกรอบการจัดการศึกษาที่เคยกักขังเด็กไว้แค่ในห้องเรียน ด้วยเทคโนโลยีแพลตฟอร์มต่าง ๆ ที่จะมาช่วยให้ทุกคนเรียนรู้ได้ทุกที่ทุกเวลา และต่อจากนี้เด็กเยาวชนของเราจะมีโอกาสมากขึ้น ในการจบการศึกษาอย่างมีคุณภาพ ได้รับวุฒิ และมีทางไปต่อบนเส้นทางการศึกษาและการประกอบอาชีพได้ตามบริบทชีวิต”

ดร.ไกรยส ภัทราวาท ผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา กล่าวว่า Q-Info เป็นงานวิจัยที่มีโจทย์คือต้องการนำข้อมูลมาใช้ในการพัฒนาคุณภาพโรงเรียนและแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ซึ่งหลายประเทศทำมานานแล้ว ขณะที่การจัดการข้อมูลการศึกษาของประเทศไทย ยังติดอุปสรรคเรื่องต้นทุนเวลา ด้วยข้อมูลที่บันทึกลงกระดาษจึงยากต่อการค้นหาและบริหารจัดการ รวมถึงยังมีความเสี่ยงในการเก็บรักษาข้อมูล ทั้งนี้เมื่อ Q-Info เริ่มนำมาใช้งานในโรงเรียนจากจุดเริ่มต้นจำนวนหลักร้อย ปัจจุบันได้ขยายการใช้งานไปในโรงเรียนจนแตะหลักพัน ซึ่งหลังจาก กสศ. ได้นำเสนอบทเรียนการใช้งานต่อ กพฐ. จึงมีนโยบายที่จะขยับการใช้งานไปอีกขั้น คือทดลองใช้งานในระดับเขตพื้นที่การศึกษา เพื่อมองถึงความเป็นไปได้ที่จะใช้งานในระดับชาติต่อไป

“การสำรวจข้อมูลเพื่อทำงานวิจัยพบว่า โรงเรียนขนาดใหญ่นั้นมีทรัพยากรที่เพียงพอในการจัดหาระบบจัดบริหารจัดการข้อมูลในโรงเรียนจากภาคเอกชนมาใช้ได้ หากในโรงเรียนขนาดกลางและขนาดเล็กกลับยังขาดแคลน Q-Info จึงเป็นนวัตกรรมที่ กสศ. ต้องการพัฒนาและส่งมอบให้กับโรงเรียนในสังกัด สพฐ. เพื่อการพัฒนาและบริหารจัดการโรงเรียนโดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่ม นอกจากนี้ Q-Info ยังทำงานเชื่อมโยงกับระบบอื่น ๆ ของ สพฐ. คือ DMC, OBEC Care รวมถึงระบบต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ระบบ Q-Info จึงสามารถเป็นแกนกลางของทุกระบบ ที่เขตพื้นที่การศึกษาจะใช้ติดตามเด็กและโรงเรียนได้ทั้งหมด ว่าต้องการการสนับสนุนในเชิงนโยบายหรือเชิงงบประมาณอย่างไร”

ผู้จัดการ กสศ. กล่าวว่า Q-info จะเป็นเครื่องมือสำคัญของนโยบาย ‘Thailand Zero Dropout’ ซึ่งจะช่วยเฝ้าระวังไม่ให้มีเด็กหลุดไปจากระบบ ทั้งตอบสนองนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง ‘เรียนได้ทุกที่ ทุกเวลา’ (Anywhere Anytime) โดยยึดผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง จนถึงการนำเทคโนโลยีและงานวิจัยมาช่วยลดภาระครู ทั้งนี้ด้วยเป้าหมายในการพัฒนาการศึกษาไทยที่ยั่งยืน พร้อมกับวาระของการเปิดเทอมปีการศึกษาใหม่ 2567 กสศ. และ สพฐ. จึงมีความตั้งใจลงนามความร่วมมือเพื่อประกาศความก้าวหน้าของการพัฒนาระบบสารสนเทศเพื่อสนับสนุนการพัฒนาคุณภาพการศึกษา ทั้งคาดหวังว่าการทดลองใช้งาน Q-Info ใน 5 เขตพื้นที่การศึกษาต้นแบบเต็มพื้นที่ จะเป็นจุดเริ่มต้นของการขยายผลไปยังการใช้งานเต็มพื้นที่ประเทศไทยต่อไป

ดร.อุดม วงษ์สิงห์ ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาคุณภาพครูและสถานศึกษา (กสศ.) กล่าวว่า กสศ. และทีมมหาวิทยาลัยนเรศวร ได้พัฒนา Q-Info โดยคำนึงถึงการลดภาระงานครูเป็นเป้าหมายหลัก ซึ่งสอดรับกับนโยบายลดภาระงานครูของกระทรวงศึกษาธิการ โดย Q-Info จะช่วยลดเวลาและเพิ่มประสิทธิภาพในการบันทึกเอกสารและจัดทำใบ ปพ. ต่าง ๆ เช่นคะแนนสอบ ผลประเมินการทำกิจกรรม ข้อมูลการเยี่ยมบ้าน แล้วรายละเอียดที่กรอกผ่านระบบจะสะสมเป็นฐานข้อมูลนักเรียนดิจิทัล สะดวกต่อการค้นหา ใช้งาน และการประมวลผล รวมถึงเป็นประโยชน์ต่อการตั้งต้นทำแผนการจัดการเรียนรู้ ตลอดจนการวางนโยบายการบริหารจัดการโรงเรียน

“Q-Info จะช่วยครูในเรื่องความซ้ำซ้อนของการกรอกข้อมูล การจัดทำเอกสารตามจำนวนผู้เรียน การมีพื้นที่เก็บข้อมูลกระดาษซึ่งเพิ่มจำนวนขึ้นทุกเทอมการศึกษา หรือโดยเฉพาะการจัดการและค้นหาข้อมูลเพื่อนำมาใช้ที่ต้องสะดวกรวดเร็ว และแน่ใจได้ว่าเป็นข้อมูลที่ทันต่อสถานการณ์ปัจจุบัน โดยผลสะท้อนหลังใช้งานมาแล้วในโรงเรียนมากกว่า 2,000 แห่ง พบว่าผู้บริหารและครูส่วนใหญ่ยอมรับถึงความสะดวกในการใช้งาน ด้วยคู่มือ การอบรม คลินิกแนะนำที่ให้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

“เสียงส่วนหนึ่งจากครูผู้ใช้งานบอกว่า Q-Info คือเครื่องมือสำคัญของการเปลี่ยนผ่านการจัดเก็บข้อมูลแบบเดิมมาเป็นดิจิทัล ในด่านแรกครูหลายคนอาจมองว่าเป็นภาระ แต่เมื่อผ่านจุดที่ยากที่สุดคือการย้ายข้อมูลจากกระดาษเข้าระบบไปแล้ว หลังจากนั้นทุกสิ่งทุกอย่างที่ครูต้องจัดการตลอดทั้งเทอมหรือทั้งปี จะรวมไว้อยู่บนหน้าจอพร้อมเรียกใช้งานได้ทันที” ดร.อุดม กล่าวถึงความท้าทายของการนำร่องใช้งาน Q-Info ใน 5 เขตพื้นที่การศึกษา ว่าที่ผ่านมาการใช้ประโยชน์จากระบบข้อมูลสารสนเทศเพื่อสนับสนุนการพัฒนาคุณภาพการศึกษา มีเป้าหมายคือการใช้งานในโรงเรียนเป็นหลัก อย่างไรก็ตามทีมวิจัยพัฒนามองว่าถ้ามี Dashboard ที่สรุปข้อมูลระดับเขตพื้นที่การศึกษาได้บนหน้าจอเดียว ผู้บริหารเขตพื้นที่การศึกษาหรือศึกษานิเทศก์จะสามารถกำกับติดตามโรงเรียนในความดูแลได้อย่างใกล้ชิด แล้วข้อมูลที่ทางโรงเรียนเก็บบันทึกไว้ ก็จะนำไปใช้ประโยชน์ได้ในขั้นตอนการกำหนดนโยบายที่ครอบคลุมระดับพื้นที่ โดยในอนาคตเมื่อมีเขตพื้นที่การศึกษาใช้งาน Q-Info แบบเต็มพื้นที่เพิ่มขึ้น สพฐ. ก็จะสามารถติดตามและบริหารจัดการข้อมูลของเขตพื้นที่การศึกษาจำนวนมากได้เช่นกัน ซึ่งนี่เป็นแนวทางการทำงานของ กสศ. ที่ตั้งใจทดลองการทำงานจากพื้นที่เล็ก ๆ จนเห็นผล ก่อนขยายไปสู่ขอบเขตการทำงานที่ใหญ่ขึ้น


You must be logged in to post a comment Login

Казино левлучший портал для азартных игроков
Игровые автоматызахватывающая игра начинается сейчас
azino777испытай удачу прямо здесь
1win казинооткрой для себя мир азартных игр
Вулкан платинумавтоматы с высокой отдачей ждут тебя
Казино левгде выигрыши становятся реальностью
Игровые автоматыразвлекайся и выигрывай каждый день
азино три топоранаслаждайся адреналином от побед
Казино 1winкаждая игра — шаг к успеху
Вулкан россиятвой шанс на большой выигрыш
Казино левоснова азартного мастерства
Игровые автоматытоповые игры для каждого
Azino777только для настоящих ценителей риска
1win казинокайф от игры начинается здесь
Вулкан 24где каждый день приносит победы
Казино левновые высоты азартных эмоций
Игровые автоматыгде выигрыши реальны
азино три топорасамые горячие игры ждут
Казино 1winвыигрывайте с комфортом
Казино вулкан россияисследуй мир азартных автоматов
Казино левтвой источник азарта и выигрышей
Игровые автоматыискусство выигрыша ждет тебя
azino777почувствуй азарт и драйв
1win казиноидеальный выбор для азартных игр
Вулкан платинумиграй и побеждай с удовольствием
Казино левнаслаждайся азартом без границ
Игровые автоматылучшие призы ждут тебя
азино три топоратвоя игра начинается здесь
Казино 1winновые уровни азарта и удачи
Вулкан россияначни путь к победе прямо сейчас
Coco chat - Rejoignez nouvelles discussions enrichissantes sur Bed and Bamboo
Chatrandom - Discover exciting chats with new people on Bed and Bamboo
Chatrandom - Entdecke spannenUnterhaltungauf Bed and Bamboo
Chatrandom - Ontdek boeienchats op Bed and Bamboo
Coco chat - Partagez des moments uniques sur Hoodrich France
Chatrandom - Connect and chat on Hoodrich France
Chatrandom - Chatte mit der Hoodrich France Community
Chatrandom - Geniet van chats in Hoodrich France gemeenschap
Coco chat - Connectez-vous pour des échanges passionnants sur I’m Famous 51
Chatrandom - Meet and chat on I’m Famous 51
Chatrandom - Führe spannenGespräche auf I’m Famous 51
Chatrandom - Beleef gesprekkop I’m Famous 51
Coco chat - Discutez avec la communauté Quincaillerie Outillage Thollot
Chatrandom - Explore vibrant conversations at Quincaillerie Outillage Thollot
Chatrandom - Tritt spannendChats bei Quincaillerie Outillage Thollot bei
Chatrandom - Ga mee in boeiengesprekkbij Quincaillerie Outillage Thollot
Coco chat - Rejoignez TurboSystem pour discuter
Chatrandom - Engage in exciting chats at TurboSystem
Chatrandom - Genieße spannenChats bei TurboSystem
Chatrandom - Beleef chatplezier bij TurboSystem