- ตั้งสติให้ดี “โลกนี้ มีเกิด มีตาย”Posted 1 month ago
- อย่าหาเรื่องอยู่ร้อน นอนทุกข์Posted 1 month ago
- โลกธรรมPosted 1 month ago
- อนุโมทนา คนพิการสู้ชีวิตPosted 1 month ago
- สลายความเกลียดชังPosted 1 month ago
- สู้ดีกว่าลาโลกPosted 1 month ago
- ใช้คาถาพระพยอมบ้างPosted 1 month ago
- เสียงชื่นชมดีกว่าเขาด่าPosted 1 month ago
- ต้องใช้ยาแรงกับคนขายชาติPosted 1 month ago
- บทเรียนผู้เห็นกงจักรเป็นดอกบัวPosted 1 month ago
ดร.อาทิตย์ ศุขเกษม รองอธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน ชูเมืองพร้าวเชียงใหม่โมเดล แก้ปัญหา “ชะล้างพังทลายของดินด้วยระบบอนุรักษ์ดินและน้ำ”

ดร.อาทิตย์ ศุขเกษม รองอธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน ชูเมืองพร้าวเชียงใหม่โมเดล แก้ปัญหา “ชะล้างพังทลายของดินด้วยระบบอนุรักษ์ดินและน้ำ” ต้นแบบการพัฒนาที่ดินและน้ำอย่างยั่งยืน

วันอาทิตย์ที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2568 ดร.อาทิตย์ ศุขเกษม รองอธิบดีกรมพัฒนาที่ดินด้านวิชาการ ในฐานะโฆษกกรมพัฒนาที่ดิน พร้อมด้วย นายสมบูรณ์ ธิจันทร์ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาที่ดินเขต 6 นายฆนนาท ภู่กรรณ์ เลขานุการกรม ดร.ธนากร นาเชียงใต้ ผู้อำนวยการสำนักวิศวกรรมเพื่อการพัฒนาที่ดิน นายนิลภัทร คงพ่วง ผู้อำนวยการสถานีพัฒนาที่ดินเชียงใหม่ ข้าราชการและเจ้าหน้าที่ในสังกัดฯ ลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงานโครงการป้องกันการชะล้างพังทลายของดินและฟื้นฟูพื้นที่เกษตรกรรม ด้วยระบบอนุรักษ์ดินและน้ำ ลุ่มน้ำห้วยแม่ละงองน้อย ลุ่มน้ำแม่งัดฝั่งตะวันตก ลุ่มน้ำสาขาน้ำแม่งัด ลุ่มน้ำหลักแม่น้ำปิง ตำบลเขื่อนผาก อำเภอพร้าว จังหวัดเชียงใหม่ พื้นที่ต้นแบบที่ประสบความสำเร็จในการแก้ปัญหาชะล้างพังทลายของดินด้วยระบบอนุรักษ์ดินและน้ำและพัฒนาฟื้นฟูพื้นที่เกษตรกรรมด้วยการบริหารจัดการน้ำโครงการป้องกันการชะล้างพังทลายของดินฯ ช่วยป้องกันผลกระทบจากตะกอนดินต่อคุณภาพและปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำ ลดปัญหาการขาดแคลนน้ำ โดยมีผู้นำท้องที่/ท้องถิ่นและเกษตรกร ร่วมให้การต้อนรับ

ดร.อาทิตย์ โฆษกกรมพัฒนาที่ดิน กล่าวว่าตามที่ ดร.ทวีศักดิ์ ธนเดโชพล อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน มีนโยบายเร่งขับเคลื่อนโครงการป้องกันการชะล้างพังทลายของดินและฟื้นฟูพื้นที่เกษตรกรรมด้วยระบบอนุรักษ์ดินและน้ำในภูมิภาคต่าง ๆ เพื่อลดปัญหาชะล้างพังทลายของดิน (Soil Erosion) ด้วยระบบอนุรักษ์ดินและน้ำ (Soil and Water Conversation) และปรับโครงสร้างพื้นฐานของดินในแต่ละพื้นที่ให้เหมาะสมกับการเพาะปลูกพืช ตลอดจนช่วยรักษาระบบนิเวศดิน (Soil Ecosystem) ให้เกิดการใช้ที่ดินได้อย่างยั่งยืน รวมทั้งยังช่วยพัฒนาฟื้นฟูพื้นที่เกษตรกรรมด้วยการบริหารจัดการน้ำอย่างเป็นระบบและใช้ประโยชน์อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดอีกด้วย เนื่องจากปัจจุบันประเทศไทยมีพื้นที่ที่มีการสูญเสียดินเกินกว่าระดับที่ยอมรับได้ (+มากกว่า 2 ตันต่อไร่ต่อปี) ร้อยละ 24.38 ของพื้นที่ประเทศ และมีระดับการชะล้างรุนแรงถึงรุนแรงมากที่สุด ร้อยละ 10.02 ของเนื้อที่ประเทศ ซึ่งส่วนใหญ่กระจายอยู่ในพื้นที่ลาดชันสูง จากสถานการณ์ดังกล่าวหากไม่เร่งแก้ไขจะส่งผลกระทบต่อภาคเกษตรกรรมของประเทศในอนาคตได้

“กรมพัฒนาที่ดินมีภารกิจสำคัญเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาทรัพยากรดินด้วยการพัฒนาที่ดินและอนุรักษ์ดินและน้ำ โดยเร่งรัดแผนงานให้สอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์ 20 ปี (พ.ศ. 2561 – 2580) ที่ได้กำหนดเป้าหมายลดการชะล้างพังทลายของดินทั่วประเทศ ไม่น้อยกว่า 20 ล้านไร่ ภายใน 20 ปี (พ.ศ. 2561 – 2580) หรือประมาณ 1 ล้านไร่/ปี ซึ่งปัจจุบันหลายพื้นที่ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก เกษตรกรสามารถใช้ประโยชน์ที่ดินได้คุ้มค่ามากขึ้น ลดการสูญเสียหน้าดินที่เป็นประโยชน์ต่อการผลิตภาคการเกษตร และเก็บรักษาความชุ่มชื้นให้กับดินได้เป็นอย่างดี อีกทั้งเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้น้ำในภาคการเกษตร ซึ่งทั้งหมดนี้ส่งผลให้เกษตรกรสามารถใช้ประโยชน์ที่ดิน ได้อย่างเหมาะสมตรงตามศักยภาพของพื้นที่ และยังช่วยเพิ่มผลผลิตทางการเกษตร และเพิ่มรายได้ในครัวเรือนให้กับเกษตรกรอีกด้วย จากผลสำเร็จของโครงการนี้ จะนำไปเป็นโมเดลต้นแบบการแก้ปัญหาการชะล้างพังทลายของดิน ในพื้นที่เกษตรกรรมทั่วประเทศในอนาคต”


สำหรับขั้นตอนในการดำเนินโครงการป้องกันการชะล้างพังทลายของดินที่เมืองพร้าวเชียงใหม่โมเดลฯ โดยสำนักวิศวกรรมเพื่อการพัฒนาที่ดิน ได้เข้ามาสำรวจวิเคราะห์สภาพปัญหาทางกายภาพและชีวภาพของพื้นที่ และทำการออกแบบงานจัดระบบอนุรักษ์ดินและน้ำ โดยแบ่งพื้นที่ออกเป็น 3 ส่วน คือ 1. พื้นที่ต้นน้ำ ทำบ่อดักตะกอนดิน ปรับพื้นที่ทำขั้นบันไดดินแบบต่อเนื่อง แถบหญ้าแฝก เพื่อลดปัญหาการชะล้าง 2.พื้นที่กลางน้ำ ทำการไถพรวนตามแนวระดับ ทำทางลำเลียง และขุดลอกลำห้วย และ 3. พื้นที่ปลายน้ำ ปรับรูปแปลงนา ให้เป็นผืนใหญ่และราบเรียบ รวมถึงระบบส่งน้ำด้วยโซล่าเซลล์ ภายหลังดำเนินการแล้วเสร็จ สามารถใช้ประโยชน์พื้นที่ไม่น้อยกว่า 5,000 ไร่ จากนั้น สถานีพัฒนาที่ดินเชียงใหม่ สำนักงานพัฒนาที่ดินเขต 6 ได้เข้ามาทำการปรับเปลี่ยนรูปแบบการปลูกพืชจากพืชไร่เชิงเดี่ยวเป็นพืชผสมผสานและไม้ผล พร้อมถ่ายทอดเทคโนโลยีด้านการปรับปรุงบำรุงดินด้วยปุ๋ยหมักและน้ำหมักชีวภาพ ทำให้เกิดการพัฒนาที่ดินอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน การทำงานด้วยหลักการเขตพัฒนาที่ดินลุ่มน้ำ ทำให้เกิดการบริหารจัดการพื้นที่เชิงระบบ พื้นที่การเกษตรสามารถใช้ประโยชน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเกษตรกรสามารถใช้ที่ดินได้อย่างถูกต้องเหมาะสมตามศักยภาพของดิน


#ทีมโฆษกกรมพัฒนาที่ดิน
#อนุรักษ์ดินและน้ำ
#กรมพัฒนาที่ดิน
You must be logged in to post a comment Login